<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0" xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
	<channel>
		<title><![CDATA[MeSutStudent.com - Engineering Forums - All Forums]]></title>
		<link>http://www.mesutstudent.com/board/</link>
		<description><![CDATA[MeSutStudent.com - Engineering Forums - http://www.mesutstudent.com/board]]></description>
		<pubDate>Sun, 20 May 2012 04:16:51 +0000</pubDate>
		<generator>MyBB</generator>
		<item>
			<title><![CDATA[รีวิว Honda Civic 2012]]></title>
			<link>http://www.mesutstudent.com/board/showthread.php?tid=1273</link>
			<pubDate>Tue, 15 May 2012 16:51:15 +0000</pubDate>
			<guid isPermaLink="false">http://www.mesutstudent.com/board/showthread.php?tid=1273</guid>
			<description><![CDATA[วันนี้ (10 พ.ค.) บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ยึด “พารากอน ฮอลล์” เปิดตัว “ซีวิค โฉมใหม่” อย่างเป็นทางการ ชูดีไซน์เฉียบคม แถมอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีทันสมัย ขณะที่เครื่องยนต์ขนาด 1.8 และ 2.0 ลิตรบล็อกเดิม แต่พัฒนาให้รองรับแก๊สโซฮอลล์ อี 85 โดยแบ่งเป็น 5 รุ่นย่อย ราคา 773,000 -1,124,000 บาท พร้อมตั้งเป้ายอดขายภายในหนึ่งปี 35,000 คัน<br />
<br />
<!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><img src="images/attachtypes/jpg.gif" border="0" alt=".jpeg" />&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=925" target="_blank">honda-civic-2012-01.JPEG</a> (ขนาด: 44.16 KB / ดาวน์โหลด: 58)
<!-- end: postbit_attachments_attachment --><br />
<br />
ฮอนด้า ซีวิค โฉมใหม่ เจเนอเรชันที่ 9 ถูกพัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด ‘รถยนต์คอมแพ็คท์ที่โดดเด่นและล้ำสมัย’ ที่ได้รับการออกแบบให้สอดคล้องกับหลักอากาศพลศาสตร์ ด้วยรูปทรงแบบ Mono-form แสดงถึงเส้นสายของตัวถังที่ดูทรงพลัง ส่วนภายในห้องโดยสารออกแบบให้มีความล้ำสมัยแบบ Futuristic cockpit เบาะนั่งโอบกระชับตามสรีระผู้ขับขี่ พร้อมจัดวางรายละเอียดอย่างลงตัวทั้งด้านกว้างด้านยาว ด้วยแนวคิด “Man Maximum &amp; Machine Minimum” ให้ความรู้สึกที่กว้างและสบายขึ้น<br />
       <br />
       ขณะเดียวกัน ฮอนด้ายังเสริมเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างระบบบังคับเลี้ยวพร้อมระบบช่วยผ่อนแรงแบบใหม่ ที่เรียกว่า Motion Adaptive Electric Power Steering System รวมถึงหน้าจอแสดงผลอัจฉริยะ Intelligent Multi-Information Display (i-MID) ระบบช่วยการขับประหยัดน้ำมัน หรือ Eco Assist และระบบช่วยควบคุมการทรงตัว (VSA) รุ่นใหม่ <br />
<br />
<!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><img src="images/attachtypes/jpg.gif" border="0" alt=".jpeg" />&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=926" target="_blank">honda-civic-2012-02.JPEG</a> (ขนาด: 34.81 KB / ดาวน์โหลด: 59)
<!-- end: postbit_attachments_attachment --><br />
<br />
ซีวิค โฉมใหม่ ยกเว้นรุ่น Navi จะติดตั้งหน้าจอสีขนาด 5 นิ้วเพื่อแสดงข้อมูลอัจฉริยะ (i-MID) โดยจะทำหน้าที่แสดงผลข้อมูลเกี่ยวกับตัวรถ และข้อมูลเกี่ยวกับระบบเสียง รวมถึงหน้าปกของอัลบั้มเพลงนั้นๆ โดยผู้ขับสามารถที่จะปรับตั้งการทำงานของระบบต่างๆ ให้สอดคล้องกับความต้องการของตัวเอง รวมถึงการติดตั้งวอลเปเปอร์ของหน้าจอเป็นภาพที่ตัวเองต้องการ<br />
       <br />
       ตลอดจนแผงมาตรวัดแบบ 2 ชั้น ช่วยลดระยะทางในการเคลื่อนที่ของสายตาในการมองเพื่อรับทราบข้อมูลต่างๆ จากชุดมาตรวัด แผงมาตรวัดเรืองแสงสีฟ้าพื้นสีขาว จะเรืองแสงขึ้นอัตโนมัติเพื่อต้อนรับผู้ขับขี่ในขณะที่ก้าวเข้าสู่ห้องโดยสาร และจะสว่างขึ้นแบบ 100% เมื่อเสียบกุญแจสตาร์ท<br />
       <br />
       ด้านเครื่องเล่นวิทยุ CD รองรับแผ่น CD-Rs WMA และไฟล์ MP3 พร้อมช่อง AUX USB และระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สาย Bluetooth (เฉพาะรุ่น 1.8E AT, 1.8E AT Navi และ 2.0EL Navi) มีระบบปรับระดับเสียงอัตโนมัติตามความเร็วรถ<br />
<br />
<!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><img src="images/attachtypes/jpg.gif" border="0" alt=".jpeg" />&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=927" target="_blank">honda-civic-2012-03.JPEG</a> (ขนาด: 33.63 KB / ดาวน์โหลด: 59)
<!-- end: postbit_attachments_attachment --><br />
<br />
นอกจากนี้ยังใส่ออปชัน ECON Mode ช่วยปรับแต่งค่าต่างๆ ของตัวรถให้มีความประหยัดน้ำมันในขณะขับขี่เพิ่มขึ้น ตลอดจนระบบช่วยการขับขี่แบบประหยัดน้ำมัน (Eco Assist) ซึ่งจะแสดงผลบนแผงมาตรวัดเพื่อช่วยให้ผู้ขับมีการพัฒนาและรักษารูปแบบการขับขี่แบบประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง<br />
       <br />
       ในรุ่น 1.8E Navi และ 2.0EL Navi มาพร้อมระบบนำทางรุ่นล่าสุดเป็นระบบนำทางที่เชื่อมต่อกับสัญญาณดาวเทียม โดยแสดงรายละเอียดของเส้นทางผ่านทางหน้าจอสีขนาด 6.5 นิ้ว และมีความจุของ Flash Memory ขนาด 16GB<br />
       <br />
       ฮอนด้า ซีวิค โฉมใหม่ มี 2ทางเลือกเครื่องยนต์คือ i-VTEC 2.0 ลิตร SOHC 4 สูบ 16 วาล์ว ให้กำลังสูงสุด 155 แรงม้าที่ 6,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 190 นิวตัน-เมตร ที่ 4,300 รอบต่อนาที และเครื่องยนต์ i-VTEC 1.8 ลิตร SOHC 4 สูบ 16 วาล์ว ให้กำลังสูงสุด 141 แรงม้า ที่ 6,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 177 นิวตัน-เมตร ที่ 4,300 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด ที่ควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ Grade Logic Control พร้อม Direct Control และ Shift Hold System<br />
<br />
โดยเครื่องยนต์ทั้งสองรุ่นสามารถรองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 และมีอัตราการปล่อยไอเสียที่ต่ำตามมาตรฐาน EURO4<br />
       <br />
       ด้านระบบกันสะเทือนหน้าแบบแม็กฟอร์สันสตรัท และกันสะเทือนหลังแบบมัลติลิงก์ เสริมด้วยเหล็กกันโคลงทั้งด้านหน้าและหลัง ซึ่งซีวิคใหม่ในรุ่น S มาพร้อมกับล้อขนาด 15 นิ้ว รุ่น 1.8 E มาพร้อมกับล้อขนาด 16 นิ้ว ส่วนรุ่น 2.0 E มาพร้อมกับล้อขนาด 17 นิ้ว<br />
       <br />
       ส่วนความปลอดภัยมากับโครงสร้างตัวถังแบบ G-CON ที่ช่วยจัดการแรงกระแทกที่เกิดขึ้นจากการชนด้านหน้า และลดระดับความเสียหายอันเป็นผลมาจากการชนกันระหว่างรถ อีกทั้งยังเพิ่มอุปกรณ์มาตรฐาน เช่น ถุงลมคู่หน้า Dual SRS, ถุงลมด้านข้างอัจฉริยะ i-Side Airbags ระบบช่วยควบคุมการทรงตัว VSA และระบบป้องกันล้อล็อก ABS ระบบกระจายแรงเบรก EBD ระบบพวงมาลัยแบบไฟฟ้าพร้อมระบบช่วยผ่อนแรงแบบใหม่ Motion Adaptive Electric Power Steering System ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมทิศทางของตัวรถได้อย่างแม่นยำ และช่วยลดการเกิดอาการหน้าดื้อโค้ง หรือท้ายปัดได้]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[วันนี้ (10 พ.ค.) บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ยึด “พารากอน ฮอลล์” เปิดตัว “ซีวิค โฉมใหม่” อย่างเป็นทางการ ชูดีไซน์เฉียบคม แถมอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีทันสมัย ขณะที่เครื่องยนต์ขนาด 1.8 และ 2.0 ลิตรบล็อกเดิม แต่พัฒนาให้รองรับแก๊สโซฮอลล์ อี 85 โดยแบ่งเป็น 5 รุ่นย่อย ราคา 773,000 -1,124,000 บาท พร้อมตั้งเป้ายอดขายภายในหนึ่งปี 35,000 คัน<br />
<br />
<!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><img src="images/attachtypes/jpg.gif" border="0" alt=".jpeg" />&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=925" target="_blank">honda-civic-2012-01.JPEG</a> (ขนาด: 44.16 KB / ดาวน์โหลด: 58)
<!-- end: postbit_attachments_attachment --><br />
<br />
ฮอนด้า ซีวิค โฉมใหม่ เจเนอเรชันที่ 9 ถูกพัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด ‘รถยนต์คอมแพ็คท์ที่โดดเด่นและล้ำสมัย’ ที่ได้รับการออกแบบให้สอดคล้องกับหลักอากาศพลศาสตร์ ด้วยรูปทรงแบบ Mono-form แสดงถึงเส้นสายของตัวถังที่ดูทรงพลัง ส่วนภายในห้องโดยสารออกแบบให้มีความล้ำสมัยแบบ Futuristic cockpit เบาะนั่งโอบกระชับตามสรีระผู้ขับขี่ พร้อมจัดวางรายละเอียดอย่างลงตัวทั้งด้านกว้างด้านยาว ด้วยแนวคิด “Man Maximum &amp; Machine Minimum” ให้ความรู้สึกที่กว้างและสบายขึ้น<br />
       <br />
       ขณะเดียวกัน ฮอนด้ายังเสริมเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างระบบบังคับเลี้ยวพร้อมระบบช่วยผ่อนแรงแบบใหม่ ที่เรียกว่า Motion Adaptive Electric Power Steering System รวมถึงหน้าจอแสดงผลอัจฉริยะ Intelligent Multi-Information Display (i-MID) ระบบช่วยการขับประหยัดน้ำมัน หรือ Eco Assist และระบบช่วยควบคุมการทรงตัว (VSA) รุ่นใหม่ <br />
<br />
<!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><img src="images/attachtypes/jpg.gif" border="0" alt=".jpeg" />&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=926" target="_blank">honda-civic-2012-02.JPEG</a> (ขนาด: 34.81 KB / ดาวน์โหลด: 59)
<!-- end: postbit_attachments_attachment --><br />
<br />
ซีวิค โฉมใหม่ ยกเว้นรุ่น Navi จะติดตั้งหน้าจอสีขนาด 5 นิ้วเพื่อแสดงข้อมูลอัจฉริยะ (i-MID) โดยจะทำหน้าที่แสดงผลข้อมูลเกี่ยวกับตัวรถ และข้อมูลเกี่ยวกับระบบเสียง รวมถึงหน้าปกของอัลบั้มเพลงนั้นๆ โดยผู้ขับสามารถที่จะปรับตั้งการทำงานของระบบต่างๆ ให้สอดคล้องกับความต้องการของตัวเอง รวมถึงการติดตั้งวอลเปเปอร์ของหน้าจอเป็นภาพที่ตัวเองต้องการ<br />
       <br />
       ตลอดจนแผงมาตรวัดแบบ 2 ชั้น ช่วยลดระยะทางในการเคลื่อนที่ของสายตาในการมองเพื่อรับทราบข้อมูลต่างๆ จากชุดมาตรวัด แผงมาตรวัดเรืองแสงสีฟ้าพื้นสีขาว จะเรืองแสงขึ้นอัตโนมัติเพื่อต้อนรับผู้ขับขี่ในขณะที่ก้าวเข้าสู่ห้องโดยสาร และจะสว่างขึ้นแบบ 100% เมื่อเสียบกุญแจสตาร์ท<br />
       <br />
       ด้านเครื่องเล่นวิทยุ CD รองรับแผ่น CD-Rs WMA และไฟล์ MP3 พร้อมช่อง AUX USB และระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สาย Bluetooth (เฉพาะรุ่น 1.8E AT, 1.8E AT Navi และ 2.0EL Navi) มีระบบปรับระดับเสียงอัตโนมัติตามความเร็วรถ<br />
<br />
<!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><img src="images/attachtypes/jpg.gif" border="0" alt=".jpeg" />&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=927" target="_blank">honda-civic-2012-03.JPEG</a> (ขนาด: 33.63 KB / ดาวน์โหลด: 59)
<!-- end: postbit_attachments_attachment --><br />
<br />
นอกจากนี้ยังใส่ออปชัน ECON Mode ช่วยปรับแต่งค่าต่างๆ ของตัวรถให้มีความประหยัดน้ำมันในขณะขับขี่เพิ่มขึ้น ตลอดจนระบบช่วยการขับขี่แบบประหยัดน้ำมัน (Eco Assist) ซึ่งจะแสดงผลบนแผงมาตรวัดเพื่อช่วยให้ผู้ขับมีการพัฒนาและรักษารูปแบบการขับขี่แบบประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง<br />
       <br />
       ในรุ่น 1.8E Navi และ 2.0EL Navi มาพร้อมระบบนำทางรุ่นล่าสุดเป็นระบบนำทางที่เชื่อมต่อกับสัญญาณดาวเทียม โดยแสดงรายละเอียดของเส้นทางผ่านทางหน้าจอสีขนาด 6.5 นิ้ว และมีความจุของ Flash Memory ขนาด 16GB<br />
       <br />
       ฮอนด้า ซีวิค โฉมใหม่ มี 2ทางเลือกเครื่องยนต์คือ i-VTEC 2.0 ลิตร SOHC 4 สูบ 16 วาล์ว ให้กำลังสูงสุด 155 แรงม้าที่ 6,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 190 นิวตัน-เมตร ที่ 4,300 รอบต่อนาที และเครื่องยนต์ i-VTEC 1.8 ลิตร SOHC 4 สูบ 16 วาล์ว ให้กำลังสูงสุด 141 แรงม้า ที่ 6,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 177 นิวตัน-เมตร ที่ 4,300 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด ที่ควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ Grade Logic Control พร้อม Direct Control และ Shift Hold System<br />
<br />
โดยเครื่องยนต์ทั้งสองรุ่นสามารถรองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 และมีอัตราการปล่อยไอเสียที่ต่ำตามมาตรฐาน EURO4<br />
       <br />
       ด้านระบบกันสะเทือนหน้าแบบแม็กฟอร์สันสตรัท และกันสะเทือนหลังแบบมัลติลิงก์ เสริมด้วยเหล็กกันโคลงทั้งด้านหน้าและหลัง ซึ่งซีวิคใหม่ในรุ่น S มาพร้อมกับล้อขนาด 15 นิ้ว รุ่น 1.8 E มาพร้อมกับล้อขนาด 16 นิ้ว ส่วนรุ่น 2.0 E มาพร้อมกับล้อขนาด 17 นิ้ว<br />
       <br />
       ส่วนความปลอดภัยมากับโครงสร้างตัวถังแบบ G-CON ที่ช่วยจัดการแรงกระแทกที่เกิดขึ้นจากการชนด้านหน้า และลดระดับความเสียหายอันเป็นผลมาจากการชนกันระหว่างรถ อีกทั้งยังเพิ่มอุปกรณ์มาตรฐาน เช่น ถุงลมคู่หน้า Dual SRS, ถุงลมด้านข้างอัจฉริยะ i-Side Airbags ระบบช่วยควบคุมการทรงตัว VSA และระบบป้องกันล้อล็อก ABS ระบบกระจายแรงเบรก EBD ระบบพวงมาลัยแบบไฟฟ้าพร้อมระบบช่วยผ่อนแรงแบบใหม่ Motion Adaptive Electric Power Steering System ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมทิศทางของตัวรถได้อย่างแม่นยำ และช่วยลดการเกิดอาการหน้าดื้อโค้ง หรือท้ายปัดได้]]></content:encoded>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[ตัวแปลงไฟรถเป็นไฟบ้าน350,สายรัดข้อมือกันเด้กหาย490+สินค้าคนรักรถ,บ้าน,ครอบครัวเพียบ]]></title>
			<link>http://www.mesutstudent.com/board/showthread.php?tid=1272</link>
			<pubDate>Wed, 09 May 2012 05:48:07 +0000</pubDate>
			<guid isPermaLink="false">http://www.mesutstudent.com/board/showthread.php?tid=1272</guid>
			<description><![CDATA[สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับสู่ cherrynatshop ค่ะ<br />
สินค้าที่ลงตามหัวกระทู้อยู่ในรายการด้านล่างนี้นะคะ ค่อยๆดูนะคะ มีหลายรายการ<br />
รับรองว่าสินค้าของเรา นั้น สำหรับทุกคนในครอบครัวจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นหนุ่ม สาวๆ<br />
หรือของเจ้าตัวเล็กเราก็มีค่ะ รับรองว่าถูกใจแน่นอน  ขอบคุณค่ะ<br />
สินค้านำเข้าปลีก/ส่ง สำหรับคนรักรถ รักบ้าน ครอบครัวซื้อใช้ก็ดีซื้อไปขายก็ได้กำไรจ้า<br />
ชุดคนรักรถ:รถท่านจะใหม่ สวย ปลอดภัย สดชื่น สะดวกสบายด้วยสินค้าเราครับ<br />
<br />
<a href="http://upic.me/show/31943436" target="_blank"><img src="http://upic.me/i/yg/fixitpro.jpg" border="0" alt="[Image: fixitpro.jpg]" /></a><br />
<a href="http://upic.me/show/30637021" target="_blank"><img src="http://upic.me/i/f9/7fix7.jpg" border="0" alt="[Image: 7fix7.jpg]" /></a><br />
<a href="http://upic.me/show/30637024" target="_blank"><img src="http://upic.me/i/4i/pfix8.jpg" border="0" alt="[Image: pfix8.jpg]" /></a><br />
1.ปากกาลบรอยขีดข่วนรถยนต์ fix it proของแท้200บ (ส่ง 12ด้ามๆละ160)<br />
ใช้ลบรอยขีดข่วนเล็กๆน้อย ไม่ต้องไปทำสีใหม่ครับ หนึ่งด้ามใช้ได้นานแสนนาน <br />
<a href="http://upic.me/show/31943439" target="_blank"><img src="http://upic.me/i/e1/popadent.jpg" border="0" alt="[Image: popadent.jpg]" /></a><br />
2.อุปกรณ์แก้ไขรอยบุบ ลักยิ้มสำหรับรถยนต์ Pops a dent 550 บาท<br />
อันนี้เอาไว้ดึงรอยบุบของรถครับ เช่น ฟุตบอลเตะอัดมาโดน ใช้ได้กับรอยบุบกว้างสักฝ่ามือครับ<br />
<a href="http://upic.me/show/33054547" target="_blank"><img src="http://upic.me/i/7l/ee6wm.jpg" border="0" alt="[Image: ee6wm.jpg]" /></a><br />
<a href="http://upic.me/show/33179786" target="_blank"><img src="http://upic.me/i/d5/2f4c2.jpg" border="0" alt="[Image: 2f4c2.jpg]" /></a><br />
3.เซ็นเซอร์ถอยหลัง 4จุดหน้าจอแสดงผลดิจิตอล 1100 (ส่ง 5ตัวๆละ 900)<br />
-ช่วยในการถอยหลังรถยนต์ได้อย่างสะดวกสบาย แสดงผลด้วยหน้าจอเป็นตัวเลขแสดงระยะห่างเมื่อเข้าใกล้วัตถุ(0.3-2.0เมตร) มีเสียงบี๊บตามความใกล้ เซ็นเซอร์กันน้ำ<br />
<a href="http://upic.me/show/33746792" target="_blank"><img src="http://upic.me/i/a3/yhxp6.jpg" border="0" alt="[Image: yhxp6.jpg]" /></a><br />
การติดแถวป้ายทะเบียน<br />
<a href="http://upic.me/show/33746801" target="_blank"><img src="http://upic.me/i/f2/2wu47.jpg" border="0" alt="[Image: 2wu47.jpg]" /></a><br />
รูปจากทีวีครับ ตอนกลางวัน<br />
<a href="http://upic.me/show/33733835" target="_blank"><img src="http://upic.me/i/48/n8lyb.jpg" border="0" alt="[Image: n8lyb.jpg]" /></a><br />
อินฟาเรดทำงานอัตโนมัติ<br />
<a href="http://upic.me/show/33735206" target="_blank"><img src="http://upic.me/i/as/ws794.jpg" border="0" alt="[Image: ws794.jpg]" /></a><br />
รูปจากทีวี ตอนกลางคืน<br />
<br />
สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ คุณ สมิทธ์ 086-8535381 เชอรี่ 081-5446181<br />
เลขที่บัญชี ธ.กรุงเทพฯ มหาสารคาม สมิทธ์ พันธุสุนทร  2984713707<br />
กสิกรไทย เลขที่บัญชี871-2-08186-5 ธัญลักษณ์ โชคดุรงค์ <br />
ดูรายละเอียด,รูปของสินค้าทั้งหมดได้ที่  http : //cherrynatshop.tarad.com]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับสู่ cherrynatshop ค่ะ<br />
สินค้าที่ลงตามหัวกระทู้อยู่ในรายการด้านล่างนี้นะคะ ค่อยๆดูนะคะ มีหลายรายการ<br />
รับรองว่าสินค้าของเรา นั้น สำหรับทุกคนในครอบครัวจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นหนุ่ม สาวๆ<br />
หรือของเจ้าตัวเล็กเราก็มีค่ะ รับรองว่าถูกใจแน่นอน  ขอบคุณค่ะ<br />
สินค้านำเข้าปลีก/ส่ง สำหรับคนรักรถ รักบ้าน ครอบครัวซื้อใช้ก็ดีซื้อไปขายก็ได้กำไรจ้า<br />
ชุดคนรักรถ:รถท่านจะใหม่ สวย ปลอดภัย สดชื่น สะดวกสบายด้วยสินค้าเราครับ<br />
<br />
<a href="http://upic.me/show/31943436" target="_blank"><img src="http://upic.me/i/yg/fixitpro.jpg" border="0" alt="[Image: fixitpro.jpg]" /></a><br />
<a href="http://upic.me/show/30637021" target="_blank"><img src="http://upic.me/i/f9/7fix7.jpg" border="0" alt="[Image: 7fix7.jpg]" /></a><br />
<a href="http://upic.me/show/30637024" target="_blank"><img src="http://upic.me/i/4i/pfix8.jpg" border="0" alt="[Image: pfix8.jpg]" /></a><br />
1.ปากกาลบรอยขีดข่วนรถยนต์ fix it proของแท้200บ (ส่ง 12ด้ามๆละ160)<br />
ใช้ลบรอยขีดข่วนเล็กๆน้อย ไม่ต้องไปทำสีใหม่ครับ หนึ่งด้ามใช้ได้นานแสนนาน <br />
<a href="http://upic.me/show/31943439" target="_blank"><img src="http://upic.me/i/e1/popadent.jpg" border="0" alt="[Image: popadent.jpg]" /></a><br />
2.อุปกรณ์แก้ไขรอยบุบ ลักยิ้มสำหรับรถยนต์ Pops a dent 550 บาท<br />
อันนี้เอาไว้ดึงรอยบุบของรถครับ เช่น ฟุตบอลเตะอัดมาโดน ใช้ได้กับรอยบุบกว้างสักฝ่ามือครับ<br />
<a href="http://upic.me/show/33054547" target="_blank"><img src="http://upic.me/i/7l/ee6wm.jpg" border="0" alt="[Image: ee6wm.jpg]" /></a><br />
<a href="http://upic.me/show/33179786" target="_blank"><img src="http://upic.me/i/d5/2f4c2.jpg" border="0" alt="[Image: 2f4c2.jpg]" /></a><br />
3.เซ็นเซอร์ถอยหลัง 4จุดหน้าจอแสดงผลดิจิตอล 1100 (ส่ง 5ตัวๆละ 900)<br />
-ช่วยในการถอยหลังรถยนต์ได้อย่างสะดวกสบาย แสดงผลด้วยหน้าจอเป็นตัวเลขแสดงระยะห่างเมื่อเข้าใกล้วัตถุ(0.3-2.0เมตร) มีเสียงบี๊บตามความใกล้ เซ็นเซอร์กันน้ำ<br />
<a href="http://upic.me/show/33746792" target="_blank"><img src="http://upic.me/i/a3/yhxp6.jpg" border="0" alt="[Image: yhxp6.jpg]" /></a><br />
การติดแถวป้ายทะเบียน<br />
<a href="http://upic.me/show/33746801" target="_blank"><img src="http://upic.me/i/f2/2wu47.jpg" border="0" alt="[Image: 2wu47.jpg]" /></a><br />
รูปจากทีวีครับ ตอนกลางวัน<br />
<a href="http://upic.me/show/33733835" target="_blank"><img src="http://upic.me/i/48/n8lyb.jpg" border="0" alt="[Image: n8lyb.jpg]" /></a><br />
อินฟาเรดทำงานอัตโนมัติ<br />
<a href="http://upic.me/show/33735206" target="_blank"><img src="http://upic.me/i/as/ws794.jpg" border="0" alt="[Image: ws794.jpg]" /></a><br />
รูปจากทีวี ตอนกลางคืน<br />
<br />
สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ คุณ สมิทธ์ 086-8535381 เชอรี่ 081-5446181<br />
เลขที่บัญชี ธ.กรุงเทพฯ มหาสารคาม สมิทธ์ พันธุสุนทร  2984713707<br />
กสิกรไทย เลขที่บัญชี871-2-08186-5 ธัญลักษณ์ โชคดุรงค์ <br />
ดูรายละเอียด,รูปของสินค้าทั้งหมดได้ที่  http : //cherrynatshop.tarad.com]]></content:encoded>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[พาเลทอายแชโดว์ 78สี,88สี,120สีเซตแปรงแต่งหน้าMACคอนซีลเลอร์15สีถูกมากๆ]]></title>
			<link>http://www.mesutstudent.com/board/showthread.php?tid=1271</link>
			<pubDate>Wed, 09 May 2012 05:00:20 +0000</pubDate>
			<guid isPermaLink="false">http://www.mesutstudent.com/board/showthread.php?tid=1271</guid>
			<description><![CDATA[พาเลทอายแชโดว์ 78สี,88สี,120สีเซตแปรงแต่งหน้าMACคอนซีลเลอร์15สีถูกมากๆ<br />
<a href="http://upic.me/show/34798563" target="_blank"><img src="http://upic.me/i/df/31tj6.jpg" border="0" alt="[Image: 31tj6.jpg]" /></a><br />
<a href="http://upic.me/show/34798541" target="_blank"><img src="http://upic.me/i/cf/v6c91.jpg" border="0" alt="[Image: v6c91.jpg]" /></a><br />
<a href="http://upic.me/show/34798548" target="_blank"><img src="http://upic.me/i/47/si6o2.jpg" border="0" alt="[Image: si6o2.jpg]" /></a><br />
<a href="http://upic.me/show/34798645" target="_blank"><img src="http://upic.me/i/wo/7wlh3.jpg" border="0" alt="[Image: 7wlh3.jpg]" /></a><br />
<a href="http://upic.me/show/34798653" target="_blank"><img src="http://upic.me/i/r3/odki4.jpg" border="0" alt="[Image: odki4.jpg]" /></a><br />
<a href="http://upic.me/show/34798660" target="_blank"><img src="http://upic.me/i/27/9eu05.jpg" border="0" alt="[Image: 9eu05.jpg]" /></a><br />
<a href="http://upic.me/show/34798577" target="_blank"><img src="http://upic.me/i/o0/k6cc7.jpg" border="0" alt="[Image: k6cc7.jpg]" /></a><br />
<a href="http://upic.me/show/34814879" target="_blank"><img src="http://upic.me/i/8l/2u678.jpg" border="0" alt="[Image: 2u678.jpg]" /></a><br />
ร้านเชอรี่แน็ทช้อป จำหน่ายเซตแปรงแต่งหน้า Mac professional ที่ฮิตนิยมสุด ณ บัดnow และพาเลทอายแชโดว์  บรัชออน Costal scent , Mac Professional สินค้านำเข้าคุณภาพเยี่ยมตามมาตรฐาน สวยใสอย่างปลอดภัย<br />
 สินค้าพรีเมี่ยมระดับ5ดาว ยอดขายถล่มทลายทั้งในอเมริกา ยุโรป และเอเชีย(ดูจากรีวิวของลูกค้าต่างประเทศได้)  <br />
ในราคาที่ทุกคนเป็นเจ้าของได้ สินค้าพร้อมส่งทุกชิ้น  ไม่ต้องรอpre orderในรำคาญใจ สวยเป๊ะ สวยใสธรรมชาติ หรือเริ่ดเปรี้ยวได้ทุกแบบ ทุกสถานการณ์ ในสไตส์เรา เชิญเลือกซื้อ เลือกชมได้เลยจ้า แม่ค้าอยู่ขอนแก่น  <br />
สั่งซื้อสินค้า สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ เชอรี่ 081-5446181<br />
โอนเงินชำระค่าสินค้าได้ที่ธนาคารกสิกร สาขาเซ็นทรัลขอนแก่น เลขที่บัญชี  871-2-08186-5 ธัญลักษณ์ โชคดุรงค์]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[พาเลทอายแชโดว์ 78สี,88สี,120สีเซตแปรงแต่งหน้าMACคอนซีลเลอร์15สีถูกมากๆ<br />
<a href="http://upic.me/show/34798563" target="_blank"><img src="http://upic.me/i/df/31tj6.jpg" border="0" alt="[Image: 31tj6.jpg]" /></a><br />
<a href="http://upic.me/show/34798541" target="_blank"><img src="http://upic.me/i/cf/v6c91.jpg" border="0" alt="[Image: v6c91.jpg]" /></a><br />
<a href="http://upic.me/show/34798548" target="_blank"><img src="http://upic.me/i/47/si6o2.jpg" border="0" alt="[Image: si6o2.jpg]" /></a><br />
<a href="http://upic.me/show/34798645" target="_blank"><img src="http://upic.me/i/wo/7wlh3.jpg" border="0" alt="[Image: 7wlh3.jpg]" /></a><br />
<a href="http://upic.me/show/34798653" target="_blank"><img src="http://upic.me/i/r3/odki4.jpg" border="0" alt="[Image: odki4.jpg]" /></a><br />
<a href="http://upic.me/show/34798660" target="_blank"><img src="http://upic.me/i/27/9eu05.jpg" border="0" alt="[Image: 9eu05.jpg]" /></a><br />
<a href="http://upic.me/show/34798577" target="_blank"><img src="http://upic.me/i/o0/k6cc7.jpg" border="0" alt="[Image: k6cc7.jpg]" /></a><br />
<a href="http://upic.me/show/34814879" target="_blank"><img src="http://upic.me/i/8l/2u678.jpg" border="0" alt="[Image: 2u678.jpg]" /></a><br />
ร้านเชอรี่แน็ทช้อป จำหน่ายเซตแปรงแต่งหน้า Mac professional ที่ฮิตนิยมสุด ณ บัดnow และพาเลทอายแชโดว์  บรัชออน Costal scent , Mac Professional สินค้านำเข้าคุณภาพเยี่ยมตามมาตรฐาน สวยใสอย่างปลอดภัย<br />
 สินค้าพรีเมี่ยมระดับ5ดาว ยอดขายถล่มทลายทั้งในอเมริกา ยุโรป และเอเชีย(ดูจากรีวิวของลูกค้าต่างประเทศได้)  <br />
ในราคาที่ทุกคนเป็นเจ้าของได้ สินค้าพร้อมส่งทุกชิ้น  ไม่ต้องรอpre orderในรำคาญใจ สวยเป๊ะ สวยใสธรรมชาติ หรือเริ่ดเปรี้ยวได้ทุกแบบ ทุกสถานการณ์ ในสไตส์เรา เชิญเลือกซื้อ เลือกชมได้เลยจ้า แม่ค้าอยู่ขอนแก่น  <br />
สั่งซื้อสินค้า สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ เชอรี่ 081-5446181<br />
โอนเงินชำระค่าสินค้าได้ที่ธนาคารกสิกร สาขาเซ็นทรัลขอนแก่น เลขที่บัญชี  871-2-08186-5 ธัญลักษณ์ โชคดุรงค์]]></content:encoded>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[วิธีประหยัดแบตเตอรี่ให้กับ The new iPad (iPad 3)]]></title>
			<link>http://www.mesutstudent.com/board/showthread.php?tid=1269</link>
			<pubDate>Mon, 07 May 2012 14:05:31 +0000</pubDate>
			<guid isPermaLink="false">http://www.mesutstudent.com/board/showthread.php?tid=1269</guid>
			<description><![CDATA[ทีแรกก็กำลังค้นหาวิธีประหยัดแบตเตอรี่ให้กับเจ้า <a href="http://www.mesutstudent.com/board/showthread.php?tid=1248" target="_blank">iPhone</a> ครับ แต่บังเอิญไปเจอวิธีประหยัดแบตให้กับเจ้า iPad เห็นว่าคล้ายๆ กันน่าจะประยุกต์ใช้ได้เลยเอามาฝากกันด้วยเผื่อใครยังใช้พลังงานเปลืองๆ อยู่ ยุคนี้ต้องช่วยกันประหยัด(แบต) ครับ <img src="images/smilies/biggrin.gif" style="vertical-align: middle;" border="0" alt="" title="" /><br />
<br />
<!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><img src="images/attachtypes/jpg.gif" border="0" alt=".jpg" />&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=924" target="_blank">the-new-ipad.jpg</a> (ขนาด: 26.37 KB / ดาวน์โหลด: 59)
<!-- end: postbit_attachments_attachment --><br />
<br />
       ในที่สุด The new iPad แท็บเล็ตยอดนิยมจากแอปเปิลก็ถูกส่งตรงมาถึงมือชาวไทยเสียที หลังจากที่รอกันมานานแรมเดือน<br />
       <br />
       โดยที่ประเทศไทยเราถูกจัดวางให้อยู่ในกลุ่มที่ 3 ในการส่งมอบแท็บเล็ตรุ่นที่ 3 ของแอปเปิลอย่าง The new iPad<br />
       <br />
       สำหรับ The new iPad รุ่นนี้ อย่างที่หลายคนทราบสเปกเครื่องอาจะไม่ได้ทำให้แฟนๆ สาวกแอปเปิล หรือผู้ที่กำลังเมียงมองแท็บเล็ตรุ่นใหม่ ต้องร้องว้าวมากนัก โดยสเปกของ The new iPad จะมาพร้อมกับ ชิปประมวลผล A5X ชิปเซ็ทกราฟิกแบบควอดคอร์ กล้อง iSight ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล<br />
       <br />
       และแบตเตอรี่ของ The new iPad ให้มานั้นมีจำนวนมากมายเหลือเฟือถึง 11666mAh แต่ขึ้นชื่อว่าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ไม่ว่าแบตเตอรี่ที่ผู้ผลิตจะให้มากขนาดเท่าใดก็ตาม มันก็คงไม่มีวันเพียงพอต่อการใช้งานเป็นแน่แท้ ดังนั้นทีมงานไซเบอร์บิซขอนำเสนอวิธีง่ายๆ ในการประหยัดแบตเตอรีของ The new iPad<br />
       <br />
       <span style="font-weight: bold;"><span style="color: #9400D3;">วิธีที่ 1 ลดหน้าจอความสว่างลง</span></span><br />
       <br />
       สิ่งแรกที่มักจะทำให้แบตเตอรี่ของสมาร์ทโฟนหรือจะเป็นแท็บเล็ตรุ่นใดก็ตามหมดลงง่ายที่สุด คือ แสงสว่างของหน้าจอเครื่อง ที่ผู้ใช้หลายคนมักจะต้องการแสงสว่างที่สว่างที่สุด เพื่อให้ทัศนวิสัยในการมองเครื่องเห็นได้ชัด แต่ว่าการตั้งค่าแสงให้สว่างที่สุดเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องสักเท่าไหร่นัก ถ้าหากผู้ใช้ต้องการที่จะประหยัดพลังงาน ดังนั้นสิ่งที่ควรทำคือ ควรลดแสงสว่างของหน้าจอลงให้เหลืออย่างมากที่สุดครึ่งหนึ่งของแถบปรับความสว่าง<br />
       สำหรับการตั้งค่าสามารถเข้าไปที่ Setting &gt; Brightness &amp; Wallpaper<br />
       <br />
       <span style="font-weight: bold;"><span style="color: #9400D3;">วิธีที่ 2 เปิดโหมด Auto-Lock เสมอ</span></span><br />
       <br />
       หาก The new iPad ของคุณผู้ใช้ไม่ได้ตั้งโหมด Auto-Lock เอาไว้ นั่นจะทำให้หน้าจอเครื่องของคุณก็จะถูกเปิดหน้าจอค้างเอาไว้ และจะทำให้เป็นการกินทรัพยากรแบตเตอรี่โดยใช่เหตุ ดังนั้นจึงขอแนะนำผู้ใช้ว่า ควรจะตั้งโหมดดังกล่าวด้วย โดยการตั้งค่าเข้าไปที่ Setting &gt; General &gt; Auto-Lock<br />
       <br />
       ทางที่ดีตั้งค่า Auto-Lock สัก 1 นาที ก็เพียงพอแล้ว<br />
       <br />
       <span style="font-weight: bold;"><span style="color: #9400D3;">วิธีที่ 3 ปิด Notification บ้างก็ได้</span></span><br />
       <br />
       ถึงแม้ว่าหน้าจอ The new iPad ของผู้ใช้จะเข้าสู่โหมด Auto-Lock แล้วก็ตามที แต่ทว่าการทำงานเบื้องหลังโดยเฉพาะในส่วนของการแจ้งเตือนข้อความ (Notifications) ของแอปพลิเคชันในเครื่องก็ยังคงทำงานอยู่ ไม่ว่าจะเป็น เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ อินสตราแกรม เป็นต้น ซึ่งการที่ผู้ใช้ตั้งค่าให้แอปพลิเคชันต้องรายงานการแจ้งเตือนทุกครั้ง เมื่อมีข้อความใหม่ๆ ก็จะเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่แบตเตอรี่จะถูกซดจนหมดเกลี้ยงอย่างง่ายดายโดยที่ผู้ใช้ไม่ทันได้สังเกตกันเลยทีเดียว<br />
       <br />
       ดังนั้น คุณผู้ใช้สามารถเข้าไปตั้งค่าเกี่ยวกับ Notifications ได้ที่ Setting &gt; Notifications สำหรับแอปพลิเคชันที่คุณไม่ต้องการให้มันแจ้งเตือน<br />
       <br />
       <span style="font-weight: bold;"><span style="color: #9400D3;">วิธีที่ 4 ปิด GPS สักหน่อยก็ช่วยประหยัดแบตเตอรี่</span></span><br />
       <br />
       GPS หรือ Global Positioning Systems หรือระบบติดตามตัว ซึ่งเป็นระบบที่มีอยู่ในอุปกรณ์จำพวกสมาร์ทโฟน และแท็บเล็ต ซึ่งในส่วนของ GPS ก็จะทำงานอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าเครื่องของคุณจะเปิด/ปิด 3G/WiFi หรือไม่ มันก็จะทำงานของมันต่อไป<br />
       <br />
       ถ้ารู้สึกว่า ไม่ต้องการที่จะใช้บริการ GPS ก็สามารถปิดส่วนนี้ได้ที่ Settings &gt; Locations Services<br />
       <br />
       <span style="font-weight: bold;"><span style="color: #9400D3;">วิธีที่ 5 Push E-Mail ในวันหยุด</span></span><br />
       <br />
       ในส่วนนี้ก็ทำงานคล้ายๆ กับเหล่าบรรดา Notifications ต่างๆ ที่จะทำงานในรูปแบบของแอปพลิเคชันเบื้องหลัง โดยที่จะแอบกินแบตเตอรี่ทีละเล็กทีละน้อย แต่ถ้าหากผู้ใช้กำลังใช้งาน The new iPad ในวันธรรมดา ซึ่งเป็นวันทำงานของคุณการเปิดฟีเจอร์ส่วนของ Push E-Mail ก็ถือเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ทว่า ถ้าเป็นวันหยุดพักผ่อนของคุณ การปิด Push E-Mail ก็เป็นสิ่งที่น่ากระทำ โดยการเข้าไปที่ Setting &gt; Mail, Contacts, Calendar &gt; Fetch New Data &gt; Advance แล้วเลือกว่าจะให้อยู่ในโหมด Push, Fetch หรือจะเป็น Manual<br />
       <br />
       <span style="font-weight: bold;"><span style="color: #9400D3;">วิธีที่ 6 ปิด WiFi/3G เมื่อไม่ใช้งาน</span></span><br />
       <br />
       ถึงแม้ว่าแอปเปิลจะเคลมว่า The new iPad สามารถใช้งานด้านการเชื่อมต่อ WiFi/3G ได้นาน 10 กว่าชม. แต่ถ้าเป็นไปได้ หากผู้ใช้ไม่ได้ใช้งานตัวเครื่อง หรือการเชื่อมต่อ WiFi/3G ก็ควรปิดการเชื่อมต่อลง เพราะมิเช่นนั้นแล้ว ตัวเครื่องก็จะทำการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตต่อไป และเมื่อผู้ใช้กลับมาใช้งานก็อาจจะไม่สามารถใช้งานตัวเครื่องได้นานเท่าที่ผู้ใช้ต้องการ<br />
       <br />
       <span style="font-weight: bold;"><span style="color: #9400D3;">วิธีที่ 7 ชาร์จแบตเตอรี่ให้เต็มก่อนนำ The new iPad ไปลุย</span></span><br />
       <br />
       แน่นอนว่า ถ้าหากทำตามทั้ง 6 วิธีก่อนหน้านี้แล้ว ยังไม่สัมฤทธิ์ผล คงต้องย้อนกลับมาดูก่อนว่า คุณผู้ใช้ได้ชาร์จแบตเตอรี่ตัวเครื่องเต็ม 100% รึยัง? ถ้ายังผู้ใช้ก็ควรจะชาร์จแบตเตอรี่ของ iPad ให้เต็มถังเสียก่อน ก่อนที่จะนำเครื่องไปใช้งาน จะได้ไม่ต้องประสบปัญหาแบตเตอรี่หมดระหว่างการใช้งาน<br />
       <br />
       สำหรับการชาร์จ The new iPad ที่ใช้แบตเตอรีแบบ ลิเธียม-ไอออน นั้นไม่มีอะไรมาก เพียงแค่ผู้ใช้ควรจะชาร์จแบตเตอรี่ก่อนที่ตัวเครื่องจะไม่มีพลังงานเหลืออยู่ในเครื่องแม้แต่หยดเดียวเท่านั้นก็พอ<br />
       <br />
       และนี่คือ 7 วิธีง่ายๆ ที่จะทำให้ผู้ใช้สามารถใช้งาน The new iPad ได้นานเต็มประสิทธิภาพตามที่ใจคุณปรารถนา ลองดูซิว่าคุณทำไปทั้งหมดกี่ข้อ และช่วยประหยัดแบตให้กับเจ้า iPad, iPhone ของคุณได้หรือเปล่า เอามาเล่ากันหน่อยนะครับ <img src="images/smilies/tongue.gif" style="vertical-align: middle;" border="0" alt="" title="" /><br />
<br />
<span style="font-size: x-small;">ที่มา: <a href="http://www.manager.co.th/Cyberbiz/ViewNews.aspx?NewsID=9550000052745" target="_blank">http://www.manager.co.th/Cyberbiz/ViewNe...0000052745</a></span>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[ทีแรกก็กำลังค้นหาวิธีประหยัดแบตเตอรี่ให้กับเจ้า <a href="http://www.mesutstudent.com/board/showthread.php?tid=1248" target="_blank">iPhone</a> ครับ แต่บังเอิญไปเจอวิธีประหยัดแบตให้กับเจ้า iPad เห็นว่าคล้ายๆ กันน่าจะประยุกต์ใช้ได้เลยเอามาฝากกันด้วยเผื่อใครยังใช้พลังงานเปลืองๆ อยู่ ยุคนี้ต้องช่วยกันประหยัด(แบต) ครับ <img src="images/smilies/biggrin.gif" style="vertical-align: middle;" border="0" alt="" title="" /><br />
<br />
<!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><img src="images/attachtypes/jpg.gif" border="0" alt=".jpg" />&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=924" target="_blank">the-new-ipad.jpg</a> (ขนาด: 26.37 KB / ดาวน์โหลด: 59)
<!-- end: postbit_attachments_attachment --><br />
<br />
       ในที่สุด The new iPad แท็บเล็ตยอดนิยมจากแอปเปิลก็ถูกส่งตรงมาถึงมือชาวไทยเสียที หลังจากที่รอกันมานานแรมเดือน<br />
       <br />
       โดยที่ประเทศไทยเราถูกจัดวางให้อยู่ในกลุ่มที่ 3 ในการส่งมอบแท็บเล็ตรุ่นที่ 3 ของแอปเปิลอย่าง The new iPad<br />
       <br />
       สำหรับ The new iPad รุ่นนี้ อย่างที่หลายคนทราบสเปกเครื่องอาจะไม่ได้ทำให้แฟนๆ สาวกแอปเปิล หรือผู้ที่กำลังเมียงมองแท็บเล็ตรุ่นใหม่ ต้องร้องว้าวมากนัก โดยสเปกของ The new iPad จะมาพร้อมกับ ชิปประมวลผล A5X ชิปเซ็ทกราฟิกแบบควอดคอร์ กล้อง iSight ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล<br />
       <br />
       และแบตเตอรี่ของ The new iPad ให้มานั้นมีจำนวนมากมายเหลือเฟือถึง 11666mAh แต่ขึ้นชื่อว่าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ไม่ว่าแบตเตอรี่ที่ผู้ผลิตจะให้มากขนาดเท่าใดก็ตาม มันก็คงไม่มีวันเพียงพอต่อการใช้งานเป็นแน่แท้ ดังนั้นทีมงานไซเบอร์บิซขอนำเสนอวิธีง่ายๆ ในการประหยัดแบตเตอรีของ The new iPad<br />
       <br />
       <span style="font-weight: bold;"><span style="color: #9400D3;">วิธีที่ 1 ลดหน้าจอความสว่างลง</span></span><br />
       <br />
       สิ่งแรกที่มักจะทำให้แบตเตอรี่ของสมาร์ทโฟนหรือจะเป็นแท็บเล็ตรุ่นใดก็ตามหมดลงง่ายที่สุด คือ แสงสว่างของหน้าจอเครื่อง ที่ผู้ใช้หลายคนมักจะต้องการแสงสว่างที่สว่างที่สุด เพื่อให้ทัศนวิสัยในการมองเครื่องเห็นได้ชัด แต่ว่าการตั้งค่าแสงให้สว่างที่สุดเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องสักเท่าไหร่นัก ถ้าหากผู้ใช้ต้องการที่จะประหยัดพลังงาน ดังนั้นสิ่งที่ควรทำคือ ควรลดแสงสว่างของหน้าจอลงให้เหลืออย่างมากที่สุดครึ่งหนึ่งของแถบปรับความสว่าง<br />
       สำหรับการตั้งค่าสามารถเข้าไปที่ Setting &gt; Brightness &amp; Wallpaper<br />
       <br />
       <span style="font-weight: bold;"><span style="color: #9400D3;">วิธีที่ 2 เปิดโหมด Auto-Lock เสมอ</span></span><br />
       <br />
       หาก The new iPad ของคุณผู้ใช้ไม่ได้ตั้งโหมด Auto-Lock เอาไว้ นั่นจะทำให้หน้าจอเครื่องของคุณก็จะถูกเปิดหน้าจอค้างเอาไว้ และจะทำให้เป็นการกินทรัพยากรแบตเตอรี่โดยใช่เหตุ ดังนั้นจึงขอแนะนำผู้ใช้ว่า ควรจะตั้งโหมดดังกล่าวด้วย โดยการตั้งค่าเข้าไปที่ Setting &gt; General &gt; Auto-Lock<br />
       <br />
       ทางที่ดีตั้งค่า Auto-Lock สัก 1 นาที ก็เพียงพอแล้ว<br />
       <br />
       <span style="font-weight: bold;"><span style="color: #9400D3;">วิธีที่ 3 ปิด Notification บ้างก็ได้</span></span><br />
       <br />
       ถึงแม้ว่าหน้าจอ The new iPad ของผู้ใช้จะเข้าสู่โหมด Auto-Lock แล้วก็ตามที แต่ทว่าการทำงานเบื้องหลังโดยเฉพาะในส่วนของการแจ้งเตือนข้อความ (Notifications) ของแอปพลิเคชันในเครื่องก็ยังคงทำงานอยู่ ไม่ว่าจะเป็น เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ อินสตราแกรม เป็นต้น ซึ่งการที่ผู้ใช้ตั้งค่าให้แอปพลิเคชันต้องรายงานการแจ้งเตือนทุกครั้ง เมื่อมีข้อความใหม่ๆ ก็จะเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่แบตเตอรี่จะถูกซดจนหมดเกลี้ยงอย่างง่ายดายโดยที่ผู้ใช้ไม่ทันได้สังเกตกันเลยทีเดียว<br />
       <br />
       ดังนั้น คุณผู้ใช้สามารถเข้าไปตั้งค่าเกี่ยวกับ Notifications ได้ที่ Setting &gt; Notifications สำหรับแอปพลิเคชันที่คุณไม่ต้องการให้มันแจ้งเตือน<br />
       <br />
       <span style="font-weight: bold;"><span style="color: #9400D3;">วิธีที่ 4 ปิด GPS สักหน่อยก็ช่วยประหยัดแบตเตอรี่</span></span><br />
       <br />
       GPS หรือ Global Positioning Systems หรือระบบติดตามตัว ซึ่งเป็นระบบที่มีอยู่ในอุปกรณ์จำพวกสมาร์ทโฟน และแท็บเล็ต ซึ่งในส่วนของ GPS ก็จะทำงานอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าเครื่องของคุณจะเปิด/ปิด 3G/WiFi หรือไม่ มันก็จะทำงานของมันต่อไป<br />
       <br />
       ถ้ารู้สึกว่า ไม่ต้องการที่จะใช้บริการ GPS ก็สามารถปิดส่วนนี้ได้ที่ Settings &gt; Locations Services<br />
       <br />
       <span style="font-weight: bold;"><span style="color: #9400D3;">วิธีที่ 5 Push E-Mail ในวันหยุด</span></span><br />
       <br />
       ในส่วนนี้ก็ทำงานคล้ายๆ กับเหล่าบรรดา Notifications ต่างๆ ที่จะทำงานในรูปแบบของแอปพลิเคชันเบื้องหลัง โดยที่จะแอบกินแบตเตอรี่ทีละเล็กทีละน้อย แต่ถ้าหากผู้ใช้กำลังใช้งาน The new iPad ในวันธรรมดา ซึ่งเป็นวันทำงานของคุณการเปิดฟีเจอร์ส่วนของ Push E-Mail ก็ถือเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ทว่า ถ้าเป็นวันหยุดพักผ่อนของคุณ การปิด Push E-Mail ก็เป็นสิ่งที่น่ากระทำ โดยการเข้าไปที่ Setting &gt; Mail, Contacts, Calendar &gt; Fetch New Data &gt; Advance แล้วเลือกว่าจะให้อยู่ในโหมด Push, Fetch หรือจะเป็น Manual<br />
       <br />
       <span style="font-weight: bold;"><span style="color: #9400D3;">วิธีที่ 6 ปิด WiFi/3G เมื่อไม่ใช้งาน</span></span><br />
       <br />
       ถึงแม้ว่าแอปเปิลจะเคลมว่า The new iPad สามารถใช้งานด้านการเชื่อมต่อ WiFi/3G ได้นาน 10 กว่าชม. แต่ถ้าเป็นไปได้ หากผู้ใช้ไม่ได้ใช้งานตัวเครื่อง หรือการเชื่อมต่อ WiFi/3G ก็ควรปิดการเชื่อมต่อลง เพราะมิเช่นนั้นแล้ว ตัวเครื่องก็จะทำการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตต่อไป และเมื่อผู้ใช้กลับมาใช้งานก็อาจจะไม่สามารถใช้งานตัวเครื่องได้นานเท่าที่ผู้ใช้ต้องการ<br />
       <br />
       <span style="font-weight: bold;"><span style="color: #9400D3;">วิธีที่ 7 ชาร์จแบตเตอรี่ให้เต็มก่อนนำ The new iPad ไปลุย</span></span><br />
       <br />
       แน่นอนว่า ถ้าหากทำตามทั้ง 6 วิธีก่อนหน้านี้แล้ว ยังไม่สัมฤทธิ์ผล คงต้องย้อนกลับมาดูก่อนว่า คุณผู้ใช้ได้ชาร์จแบตเตอรี่ตัวเครื่องเต็ม 100% รึยัง? ถ้ายังผู้ใช้ก็ควรจะชาร์จแบตเตอรี่ของ iPad ให้เต็มถังเสียก่อน ก่อนที่จะนำเครื่องไปใช้งาน จะได้ไม่ต้องประสบปัญหาแบตเตอรี่หมดระหว่างการใช้งาน<br />
       <br />
       สำหรับการชาร์จ The new iPad ที่ใช้แบตเตอรีแบบ ลิเธียม-ไอออน นั้นไม่มีอะไรมาก เพียงแค่ผู้ใช้ควรจะชาร์จแบตเตอรี่ก่อนที่ตัวเครื่องจะไม่มีพลังงานเหลืออยู่ในเครื่องแม้แต่หยดเดียวเท่านั้นก็พอ<br />
       <br />
       และนี่คือ 7 วิธีง่ายๆ ที่จะทำให้ผู้ใช้สามารถใช้งาน The new iPad ได้นานเต็มประสิทธิภาพตามที่ใจคุณปรารถนา ลองดูซิว่าคุณทำไปทั้งหมดกี่ข้อ และช่วยประหยัดแบตให้กับเจ้า iPad, iPhone ของคุณได้หรือเปล่า เอามาเล่ากันหน่อยนะครับ <img src="images/smilies/tongue.gif" style="vertical-align: middle;" border="0" alt="" title="" /><br />
<br />
<span style="font-size: x-small;">ที่มา: <a href="http://www.manager.co.th/Cyberbiz/ViewNews.aspx?NewsID=9550000052745" target="_blank">http://www.manager.co.th/Cyberbiz/ViewNe...0000052745</a></span>]]></content:encoded>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[Ford เปิดโรงงานใหม่ในนิคมเหมราช อีสเทิร์นซีบอร์ด จ.ระยอง]]></title>
			<link>http://www.mesutstudent.com/board/showthread.php?tid=1264</link>
			<pubDate>Sun, 06 May 2012 16:19:17 +0000</pubDate>
			<guid isPermaLink="false">http://www.mesutstudent.com/board/showthread.php?tid=1264</guid>
			<description><![CDATA[ข่าวในประเทศ - “ฟอร์ด” เปิดโรงงานแห่งใหม่ในไทย มูลค่า 1.4 หมื่นล้านบาท สร้างเม็ดเงินจากการซื้อชิ้นส่วนไทยปีละ 2.5 หมื่นล้านบาท มั่นใจฟื้นการผลิตปิกอัพจากปัญหาน้ำท่วม และเปิดโรงงานใหม่ ช่วยดันฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี ในภูมิภาคเอเชีย กลับมามีกำไรได้ภายในสิ้นปีนี้<br />
<br />
<!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><img src="images/attachtypes/jpg.gif" border="0" alt=".jpeg" />&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=919" target="_blank">ford-thailand-01.JPEG</a> (ขนาด: 60.17 KB / ดาวน์โหลด: 79)
<!-- end: postbit_attachments_attachment --><br />
<br />
นายโจ ฮินริคส์ ประธานฟอร์ด ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และแอฟริกา เปิดเผยว่า ฟอร์ดได้เปิดโรงงานระดับโลกแห่งใหม่ในไทย ภายใต้ชื่อ ฟอร์ด ไทยแลนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง (FTM) ที่นิคมอุตสาหกรรมเหมราช อีสเทิร์นซีบอร์ด จ.ระยอง ด้วยเงินลงทุน 450 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 1.4 หมื่นล้านบาท ซึ่งถือเป็นโรงงานแห่งที่ 2 ของฟอร์ดในประเทศไทย<br />
       <br />
       โดยโรงงานแห่งใหม่นี้จะเริ่มผลิตรถยนต์นั่ง ฟอร์ด โฟกัส เป็นโมเดลแรก และในอนาคตโรงงานแห่งนี้จะเป็นรากฐานที่สำคัญของฟอร์ด ในการดำเนินงานตามแผนการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นภายใต้แผน One Ford จำนวน 8 รุ่นในภูมิภาคอาเซียน ภายในปี พ.ศ.2558<br />
       <br />
       “การเปิดโรงงานผลิตรถยนต์ระดับโลกแห่งใหม่ของฟอร์ด ยังส่งเสริมระบบเศรษฐกิจของไทย ซึ่งรวมถึงการจัดซื้อชิ้นส่วนยานยนต์ ผ่านเครือข่ายผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ในประเทศ คิดเป็นมูลค่าสูงสุดถึง 800 ล้านเหรียญสหรัฐฯต่อปี หรือประมาณ 2.5 หมื่นล้านบาท”<br />
<br />
<!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><img src="images/attachtypes/jpg.gif" border="0" alt=".jpeg" />&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=920" target="_blank">ford-thailand-02.JPEG</a> (ขนาด: 24.34 KB / ดาวน์โหลด: 81)
<!-- end: postbit_attachments_attachment --><br />
<br />
ทั้งนี้ เอฟทีเอ็มมีกำลังการผลิตเบื้องต้นประมาณ 1.5 แสนคันต่อปี มีการจ้างงานถึง 1.1 หมื่นตำแหน่ง แบ่งเป็นการจ้างงานโดยตรงกับฟอร์ด 2,200 ตำแหน่ง และการจ้างงานทางอ้อมผ่านเครือข่ายผู้ผลิตชิ้นส่วนและผู้จำหน่าย 8,800 ตำแหน่ง ปัจจุบันได้จ้างพนักงานเข้าทำงานในโรงงานแล้ว 1,600 คน เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเริ่มต้นผลิต ซึ่งจะเริ่มผลิตฟอร์ด โฟกัส อย่างเป็นทางการปลายเดือนมิถุนายนนี้ และจะส่งมอบลูกค้าตั้งแต่เดือนสิงหาคมเป็นต้นไป<br />
       <br />
       นายฮินริคส์ เปิดเผยว่า ภูมิภาคอาเซียนมีการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนที่ดี โดยเฉพาะอนาคตจะมีการเปิดเสรีในอาเซียน หรือ เออีซี (AEC) ซึ่งฟอร์ดเตรียมพร้อมรองรับอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการพิจารณาความเป็นไปได้ในการสร้างโรงงานแห่งใหม่ โดยฟอร์ดได้เข้าไปศึกษาดูยังประเทศอินโดนีเซีย แต่ยังไม่สรุปว่าจะตัดสินใจอย่างโร<br />
       <br />
       ขณะที่ไทยยังเป็นศูนย์กลางการผลิตที่สำคัญของ ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี นอกจากประเทศจีน และอินเดีย และเมื่อเร็วๆ นี้ ฟอร์ดยังเพิ่งประกาศลงทุนในโรงงานออโต อัลลายแอนซ์ ประเทศไทย (AAT) ซึ่งเป็นโรงงานร่วมทุนของฟอร์ดแห่งในไทย ด้วยมูลค่าการลงทุน 27 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ทำให้สามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้อีก 2 หมื่นคันต่อปี<br />
<br />
<!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><img src="images/attachtypes/jpg.gif" border="0" alt=".jpeg" />&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=921" target="_blank">ford-thailand-03.JPEG</a> (ขนาด: 31.13 KB / ดาวน์โหลด: 79)
<!-- end: postbit_attachments_attachment --><br />
<br />
“จากความพร้อมของการผลิตฟอร์ดในไทย จะทำให้ ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี ในภูมิภาคเอเชีย ที่มีผลประกอบการขาดทุนในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ ซึ่งเป็นผลมาจากการไม่สามารถผลิตและส่งมอบปิกอัพ ฟอร์ด เรนเจอร์ จากเหตุการณ์น้ำท่วมในไทยเมื่อปลายปีที่ผ่านมา แต่ปัจจุบันทุกอย่างกลับมาสามารถผลิตได้ปกติ จึงมั่นใจว่า ฟอร์ดจะสามารถกลับมามีผลการดำเนินเป็นกำไรในปีนี้”<br />
       <br />
       สำหรับการป้องกันปัญหาน้ำท่วม หากจะมีขึ้นอีกในอนาคตแม้โรงงานฟอร์ดทั้งสองแห่งในไทยจะไม่อยู่ในพื้นที่โดยตรงแต่มีซัพพลายเออร์หรือผู้ผลิตชิ้นส่วนที่ได้รับผลกระทบเรื่องนี้ฟอร์ดจะร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับซัพพลายเออร์ในการแก้ปัญหา ไม่ว่าจะเป็นการช่วยเหลือ หรือเคลื่อนย้ายชิ้นส่วน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาต่อการผลิตเหมือนที่ผ่านมา<br />
<br />
<span style="font-size: x-small;">ที่มา: <a href="http://www.manager.co.th/Motoring/ViewNews.aspx?NewsID=9550000054975" target="_blank">http://www.manager.co.th/Motoring/ViewNe...0000054975</a></span>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[ข่าวในประเทศ - “ฟอร์ด” เปิดโรงงานแห่งใหม่ในไทย มูลค่า 1.4 หมื่นล้านบาท สร้างเม็ดเงินจากการซื้อชิ้นส่วนไทยปีละ 2.5 หมื่นล้านบาท มั่นใจฟื้นการผลิตปิกอัพจากปัญหาน้ำท่วม และเปิดโรงงานใหม่ ช่วยดันฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี ในภูมิภาคเอเชีย กลับมามีกำไรได้ภายในสิ้นปีนี้<br />
<br />
<!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><img src="images/attachtypes/jpg.gif" border="0" alt=".jpeg" />&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=919" target="_blank">ford-thailand-01.JPEG</a> (ขนาด: 60.17 KB / ดาวน์โหลด: 79)
<!-- end: postbit_attachments_attachment --><br />
<br />
นายโจ ฮินริคส์ ประธานฟอร์ด ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และแอฟริกา เปิดเผยว่า ฟอร์ดได้เปิดโรงงานระดับโลกแห่งใหม่ในไทย ภายใต้ชื่อ ฟอร์ด ไทยแลนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง (FTM) ที่นิคมอุตสาหกรรมเหมราช อีสเทิร์นซีบอร์ด จ.ระยอง ด้วยเงินลงทุน 450 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 1.4 หมื่นล้านบาท ซึ่งถือเป็นโรงงานแห่งที่ 2 ของฟอร์ดในประเทศไทย<br />
       <br />
       โดยโรงงานแห่งใหม่นี้จะเริ่มผลิตรถยนต์นั่ง ฟอร์ด โฟกัส เป็นโมเดลแรก และในอนาคตโรงงานแห่งนี้จะเป็นรากฐานที่สำคัญของฟอร์ด ในการดำเนินงานตามแผนการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นภายใต้แผน One Ford จำนวน 8 รุ่นในภูมิภาคอาเซียน ภายในปี พ.ศ.2558<br />
       <br />
       “การเปิดโรงงานผลิตรถยนต์ระดับโลกแห่งใหม่ของฟอร์ด ยังส่งเสริมระบบเศรษฐกิจของไทย ซึ่งรวมถึงการจัดซื้อชิ้นส่วนยานยนต์ ผ่านเครือข่ายผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ในประเทศ คิดเป็นมูลค่าสูงสุดถึง 800 ล้านเหรียญสหรัฐฯต่อปี หรือประมาณ 2.5 หมื่นล้านบาท”<br />
<br />
<!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><img src="images/attachtypes/jpg.gif" border="0" alt=".jpeg" />&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=920" target="_blank">ford-thailand-02.JPEG</a> (ขนาด: 24.34 KB / ดาวน์โหลด: 81)
<!-- end: postbit_attachments_attachment --><br />
<br />
ทั้งนี้ เอฟทีเอ็มมีกำลังการผลิตเบื้องต้นประมาณ 1.5 แสนคันต่อปี มีการจ้างงานถึง 1.1 หมื่นตำแหน่ง แบ่งเป็นการจ้างงานโดยตรงกับฟอร์ด 2,200 ตำแหน่ง และการจ้างงานทางอ้อมผ่านเครือข่ายผู้ผลิตชิ้นส่วนและผู้จำหน่าย 8,800 ตำแหน่ง ปัจจุบันได้จ้างพนักงานเข้าทำงานในโรงงานแล้ว 1,600 คน เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเริ่มต้นผลิต ซึ่งจะเริ่มผลิตฟอร์ด โฟกัส อย่างเป็นทางการปลายเดือนมิถุนายนนี้ และจะส่งมอบลูกค้าตั้งแต่เดือนสิงหาคมเป็นต้นไป<br />
       <br />
       นายฮินริคส์ เปิดเผยว่า ภูมิภาคอาเซียนมีการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนที่ดี โดยเฉพาะอนาคตจะมีการเปิดเสรีในอาเซียน หรือ เออีซี (AEC) ซึ่งฟอร์ดเตรียมพร้อมรองรับอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการพิจารณาความเป็นไปได้ในการสร้างโรงงานแห่งใหม่ โดยฟอร์ดได้เข้าไปศึกษาดูยังประเทศอินโดนีเซีย แต่ยังไม่สรุปว่าจะตัดสินใจอย่างโร<br />
       <br />
       ขณะที่ไทยยังเป็นศูนย์กลางการผลิตที่สำคัญของ ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี นอกจากประเทศจีน และอินเดีย และเมื่อเร็วๆ นี้ ฟอร์ดยังเพิ่งประกาศลงทุนในโรงงานออโต อัลลายแอนซ์ ประเทศไทย (AAT) ซึ่งเป็นโรงงานร่วมทุนของฟอร์ดแห่งในไทย ด้วยมูลค่าการลงทุน 27 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ทำให้สามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้อีก 2 หมื่นคันต่อปี<br />
<br />
<!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><img src="images/attachtypes/jpg.gif" border="0" alt=".jpeg" />&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=921" target="_blank">ford-thailand-03.JPEG</a> (ขนาด: 31.13 KB / ดาวน์โหลด: 79)
<!-- end: postbit_attachments_attachment --><br />
<br />
“จากความพร้อมของการผลิตฟอร์ดในไทย จะทำให้ ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี ในภูมิภาคเอเชีย ที่มีผลประกอบการขาดทุนในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ ซึ่งเป็นผลมาจากการไม่สามารถผลิตและส่งมอบปิกอัพ ฟอร์ด เรนเจอร์ จากเหตุการณ์น้ำท่วมในไทยเมื่อปลายปีที่ผ่านมา แต่ปัจจุบันทุกอย่างกลับมาสามารถผลิตได้ปกติ จึงมั่นใจว่า ฟอร์ดจะสามารถกลับมามีผลการดำเนินเป็นกำไรในปีนี้”<br />
       <br />
       สำหรับการป้องกันปัญหาน้ำท่วม หากจะมีขึ้นอีกในอนาคตแม้โรงงานฟอร์ดทั้งสองแห่งในไทยจะไม่อยู่ในพื้นที่โดยตรงแต่มีซัพพลายเออร์หรือผู้ผลิตชิ้นส่วนที่ได้รับผลกระทบเรื่องนี้ฟอร์ดจะร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับซัพพลายเออร์ในการแก้ปัญหา ไม่ว่าจะเป็นการช่วยเหลือ หรือเคลื่อนย้ายชิ้นส่วน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาต่อการผลิตเหมือนที่ผ่านมา<br />
<br />
<span style="font-size: x-small;">ที่มา: <a href="http://www.manager.co.th/Motoring/ViewNews.aspx?NewsID=9550000054975" target="_blank">http://www.manager.co.th/Motoring/ViewNe...0000054975</a></span>]]></content:encoded>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[การพิจารณาเลือกบริษัททำประกันภัยรถยนต์รวมถึงประกันภัยอื่นๆ ก่อนตัดสินใจทำประกัน]]></title>
			<link>http://www.mesutstudent.com/board/showthread.php?tid=1263</link>
			<pubDate>Wed, 02 May 2012 15:53:23 +0000</pubDate>
			<guid isPermaLink="false">http://www.mesutstudent.com/board/showthread.php?tid=1263</guid>
			<description><![CDATA[<!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><img src="images/attachtypes/jpg.gif" border="0" alt=".jpg" />&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=917" target="_blank">assurance-selection.jpg</a> (ขนาด: 18.52 KB / ดาวน์โหลด: 235)
<!-- end: postbit_attachments_attachment --><br />
<ol type="1">
<li>พิจารณาความคุ้มครองหรือภัยที่กำลังเผชิญอยู่</li>
<li>พิจารณาเบี้ยประกันภัยว่าเป็นเท่าไร ไม่ใช่ไปดูว่าเบี้ยประกันภัยถูกหรือแพง หรือได้ส่วนลดเท่าไรก่อน โดยไม่สนใจอย่างจริงจังเลยว่าความคุ้มครองเป็นอย่างไร ซึ่งถือว่าเป็นข้อบกพร่องอย่างยิ่งของการซื้อประกันภัย และเป็นการซื้อประกันภัยที่นำไปสู่ข้อโต้แย้งเมื่อมีเคลมเกิดขึ้น</li>
<li>เงื่อนไขและข้อกำหนดต่างๆ ในกรมธรรม์ อาจทำให้ผู้เอาประกันภัยเสียเปรียบได้ จึงควรตรวจสอบข้อความต่างๆ อย่างละเอียดถี่ถ้วน และทำความเข้าใจความหมายของถ้อยคำในกรมธรรม์ให้ดี</li>
<li>ควรนำกรมธรรม์ของหลายๆ บริษัทมาเปรียบเทียบกัน เพื่อจะได้ทราบว่าเงื่อนไขและข้อกำหนดของบริษัทไหนให้ประโยชน์มากกว่ากัน</li>
<li>นอกจากนี้ยังมีสิ่งที่ผู้เอาประกันภัยจะต้องตระหนักไว้เสมอก็คือ การมีกรมธรรม์ประกันภัยที่มีเงื่อนไขที่ดีนั้นเป็นเรื่องหนึ่ง และการเรียงร้องค่าเสียหายเมื่อมีเคลมเกิดขึ้นนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง เพราะการประเมินความเสียหายและการเจรจาต่อรองค่าเสียหายนั้นเป็นเรื่องสำคัญมากจำเป็นต้องให้ผู้ที่มีความรู้ที่อยู่ในอาชีพนี้และมีประสบการณ์ทำหน้าที่แทน</li></ol>
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><img src="images/attachtypes/jpg.gif" border="0" alt=".jpg" />&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=917" target="_blank">assurance-selection.jpg</a> (ขนาด: 18.52 KB / ดาวน์โหลด: 235)
<!-- end: postbit_attachments_attachment --><br />
<ol type="1">
<li>พิจารณาความคุ้มครองหรือภัยที่กำลังเผชิญอยู่</li>
<li>พิจารณาเบี้ยประกันภัยว่าเป็นเท่าไร ไม่ใช่ไปดูว่าเบี้ยประกันภัยถูกหรือแพง หรือได้ส่วนลดเท่าไรก่อน โดยไม่สนใจอย่างจริงจังเลยว่าความคุ้มครองเป็นอย่างไร ซึ่งถือว่าเป็นข้อบกพร่องอย่างยิ่งของการซื้อประกันภัย และเป็นการซื้อประกันภัยที่นำไปสู่ข้อโต้แย้งเมื่อมีเคลมเกิดขึ้น</li>
<li>เงื่อนไขและข้อกำหนดต่างๆ ในกรมธรรม์ อาจทำให้ผู้เอาประกันภัยเสียเปรียบได้ จึงควรตรวจสอบข้อความต่างๆ อย่างละเอียดถี่ถ้วน และทำความเข้าใจความหมายของถ้อยคำในกรมธรรม์ให้ดี</li>
<li>ควรนำกรมธรรม์ของหลายๆ บริษัทมาเปรียบเทียบกัน เพื่อจะได้ทราบว่าเงื่อนไขและข้อกำหนดของบริษัทไหนให้ประโยชน์มากกว่ากัน</li>
<li>นอกจากนี้ยังมีสิ่งที่ผู้เอาประกันภัยจะต้องตระหนักไว้เสมอก็คือ การมีกรมธรรม์ประกันภัยที่มีเงื่อนไขที่ดีนั้นเป็นเรื่องหนึ่ง และการเรียงร้องค่าเสียหายเมื่อมีเคลมเกิดขึ้นนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง เพราะการประเมินความเสียหายและการเจรจาต่อรองค่าเสียหายนั้นเป็นเรื่องสำคัญมากจำเป็นต้องให้ผู้ที่มีความรู้ที่อยู่ในอาชีพนี้และมีประสบการณ์ทำหน้าที่แทน</li></ol>
]]></content:encoded>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[กฟน. รับสมัครสอบคัดเลือกเพื่อบรรจุเป็นพนักงาน เพื่อสอบคัดเลือกบรรจุในคุณวุฒิต่างๆ New]]></title>
			<link>http://www.mesutstudent.com/board/showthread.php?tid=1261</link>
			<pubDate>Thu, 19 Apr 2012 00:07:44 +0000</pubDate>
			<guid isPermaLink="false">http://www.mesutstudent.com/board/showthread.php?tid=1261</guid>
			<description><![CDATA[ประกาศ รับสมัครสอบคัดเลือกเพื่อบรรจุเป็นพนักงาน กฟน.<br /><!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><img src="images/attachtypes/pdf.gif" border="0" alt=".pdf" />&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=916" target="_blank">p_ftm7_55.pdf</a> (ขนาด: 218.6 KB / ดาวน์โหลด: 51)
<!-- end: postbit_attachments_attachment -->]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[ประกาศ รับสมัครสอบคัดเลือกเพื่อบรรจุเป็นพนักงาน กฟน.<br /><!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><img src="images/attachtypes/pdf.gif" border="0" alt=".pdf" />&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=916" target="_blank">p_ftm7_55.pdf</a> (ขนาด: 218.6 KB / ดาวน์โหลด: 51)
<!-- end: postbit_attachments_attachment -->]]></content:encoded>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[รู้มั๊ยว่า Notes ใน iPhone เก็บข้อมูลไว้ที่ไหน]]></title>
			<link>http://www.mesutstudent.com/board/showthread.php?tid=1260</link>
			<pubDate>Fri, 06 Apr 2012 17:00:31 +0000</pubDate>
			<guid isPermaLink="false">http://www.mesutstudent.com/board/showthread.php?tid=1260</guid>
			<description><![CDATA[<!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><img src="images/attachtypes/png.gif" border="0" alt=".png" />&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=913" target="_blank">iphone-notes-01.png</a> (ขนาด: 12.13 KB / ดาวน์โหลด: 51)
<!-- end: postbit_attachments_attachment --><br />
<br />
เคยสงสัยหรือไม่ครับว่าเมื่อเราเพิ่ม account อีเมล์ให้กับ iPhone ยกตัวอย่างผมใช้ gmail เมื่อเพิ่ม account แล้วอีเมล์ (email) กับปฏิทิน (calendar) ก็จะมีการแลกเปลี่ยนข้อมูล (sync) กันอัตโนมัติระหว่าง iPhone กับเซิร์ฟเวอร์ของ gmail ซึ่งเราก็จะเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ชัดเจนเมื่อเราเข้าเช็คอีเมล์ผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ทั่วไป ก็จะเห็นว่าอีเมล์ในเครื่องคอมพิวเตอร์กับใน iPhone นั้นตรงกัน<br />
<br />
<!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><img src="images/attachtypes/png.gif" border="0" alt=".png" />&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=914" target="_blank">iphone-notes-02.png</a> (ขนาด: 38.28 KB / ดาวน์โหลด: 53)
<!-- end: postbit_attachments_attachment --><br />
<br />
แต่ทีนี้ เอ...แล้วเจ้าบันทึก (notes) ใน iPhone ที่ว่านี้มันจะไปแสดงในส่วนไหนของ google หว่า หาตั้งนานแล้วก็ยังหาไม่เจอ และก็ไม่ได้มีบริการ google notes สักหน่อย<br />
<br />
คำตอบก็คือ <span style="font-weight: bold;"><span style="color: #1E90FF;">Notes ที่เราสร้างใน iPhone จะถูกไปเก็บไว้ในส่วนหนึ่งของอีเมล์เราใน gmail นั่นเอง โดยใช้ลาเบล (label) ป้ายอีเมล์ว่า “Notes”</span></span> ซึ่งเมื่อเราเข้าอีเมล์ผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์แล้วคลิกดูอีเมล์ที่ใช้ลาเบลว่า “Notes” ก็จะเจออีเมล์ที่มีข้อมูลเหมือนกัน “Notes” ที่อยู่ใน iPhone ทุกประการนั่นเอง<br />
<br />
<!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><img src="images/attachtypes/png.gif" border="0" alt=".png" />&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=915" target="_blank">iphone-notes-03.png</a> (ขนาด: 14.9 KB / ดาวน์โหลด: 51)
<!-- end: postbit_attachments_attachment --><br />
<br />
ความแตกต่างอยู่ที่ว่าเราจะสามารถแก้ไข notes เหล่านั้นได้เฉพาะจาก iPhone หรือ iPad เท่านั้นครับ จะไม่สามารถแก้ไขผ่านหน้าอีเมล์ในคอมพิวเตอร์ได้ แต่หากจะลบสามารถลบได้ทั้งจาก iPhone, iPad และในหน้าอีเมล์ครับ<br />
<br />
อ่านความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ <a href="http://www.mesutstudent.com/board/showthread.php?tid=1248" target="_blank">สารพันปัญหา การใช้งานและการแก้ไขเกี่ยวกับ iPhone</a> ได้จากลิงค์ครับ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><img src="images/attachtypes/png.gif" border="0" alt=".png" />&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=913" target="_blank">iphone-notes-01.png</a> (ขนาด: 12.13 KB / ดาวน์โหลด: 51)
<!-- end: postbit_attachments_attachment --><br />
<br />
เคยสงสัยหรือไม่ครับว่าเมื่อเราเพิ่ม account อีเมล์ให้กับ iPhone ยกตัวอย่างผมใช้ gmail เมื่อเพิ่ม account แล้วอีเมล์ (email) กับปฏิทิน (calendar) ก็จะมีการแลกเปลี่ยนข้อมูล (sync) กันอัตโนมัติระหว่าง iPhone กับเซิร์ฟเวอร์ของ gmail ซึ่งเราก็จะเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ชัดเจนเมื่อเราเข้าเช็คอีเมล์ผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ทั่วไป ก็จะเห็นว่าอีเมล์ในเครื่องคอมพิวเตอร์กับใน iPhone นั้นตรงกัน<br />
<br />
<!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><img src="images/attachtypes/png.gif" border="0" alt=".png" />&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=914" target="_blank">iphone-notes-02.png</a> (ขนาด: 38.28 KB / ดาวน์โหลด: 53)
<!-- end: postbit_attachments_attachment --><br />
<br />
แต่ทีนี้ เอ...แล้วเจ้าบันทึก (notes) ใน iPhone ที่ว่านี้มันจะไปแสดงในส่วนไหนของ google หว่า หาตั้งนานแล้วก็ยังหาไม่เจอ และก็ไม่ได้มีบริการ google notes สักหน่อย<br />
<br />
คำตอบก็คือ <span style="font-weight: bold;"><span style="color: #1E90FF;">Notes ที่เราสร้างใน iPhone จะถูกไปเก็บไว้ในส่วนหนึ่งของอีเมล์เราใน gmail นั่นเอง โดยใช้ลาเบล (label) ป้ายอีเมล์ว่า “Notes”</span></span> ซึ่งเมื่อเราเข้าอีเมล์ผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์แล้วคลิกดูอีเมล์ที่ใช้ลาเบลว่า “Notes” ก็จะเจออีเมล์ที่มีข้อมูลเหมือนกัน “Notes” ที่อยู่ใน iPhone ทุกประการนั่นเอง<br />
<br />
<!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><img src="images/attachtypes/png.gif" border="0" alt=".png" />&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=915" target="_blank">iphone-notes-03.png</a> (ขนาด: 14.9 KB / ดาวน์โหลด: 51)
<!-- end: postbit_attachments_attachment --><br />
<br />
ความแตกต่างอยู่ที่ว่าเราจะสามารถแก้ไข notes เหล่านั้นได้เฉพาะจาก iPhone หรือ iPad เท่านั้นครับ จะไม่สามารถแก้ไขผ่านหน้าอีเมล์ในคอมพิวเตอร์ได้ แต่หากจะลบสามารถลบได้ทั้งจาก iPhone, iPad และในหน้าอีเมล์ครับ<br />
<br />
อ่านความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ <a href="http://www.mesutstudent.com/board/showthread.php?tid=1248" target="_blank">สารพันปัญหา การใช้งานและการแก้ไขเกี่ยวกับ iPhone</a> ได้จากลิงค์ครับ]]></content:encoded>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[กฟน. รับสมัครบุคคลภายนอกและพนักงานการไฟฟ้านครหลวง เพื่อสอบคัดเลือกบรรจุในคุณวุฒิต่างๆ]]></title>
			<link>http://www.mesutstudent.com/board/showthread.php?tid=1259</link>
			<pubDate>Mon, 02 Apr 2012 00:40:55 +0000</pubDate>
			<guid isPermaLink="false">http://www.mesutstudent.com/board/showthread.php?tid=1259</guid>
			<description><![CDATA[ก า ร ไ ฟ ฟ้ า น ค ร ห ล ว ง<br />
ประกาศที่ ฝทม.6/2555<br />
เรื่อง รับสมัครบุคคลภายนอกและพนักงานการไฟฟ้านครหลวง เพื่อสอบคัดเลือกบรรจุในคุณวุฒิต่าง ๆ<br />
ด้วยการไฟฟ้านครหลวงมีความประสงค์จะรับสมัครบุคคลภายนอกและพนักงานการไฟฟ้านครหลวง<br />
เพื่อสอบคัดเลือกบรรจุในคุณวุฒิต่าง ๆ โดยผู้สมัครต้องมีคุณวุฒิการศึกษา ตามที่กำหนด ดังนี้:-<br />
ลำดับที่ คุณวุฒิ จำนวน<br />
อัตรา<br />
1 ปริญญาตรีหรือเทียบเท่าทางวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ 8 อัตรา<br />
2 ปริญญาตรีหรือเทียบเท่าทางวิศวกรรมไฟฟ้าสื่อสาร 3 อัตรา<br />
3 ปริญญาตรีหรือเทียบเท่าทางวิศวกรรมโยธา หรือ สำรวจ 6 อัตรา<br />
4<span style="text-decoration: underline;"> ปริญญาตรีหรือเทียบเท่าทางวิศวกรรมเครื่องกล 2 อัตรา</span><br />
 โดยผู้สมัครสอบต้องมีคุณสมบัติตามที่กำหนด ดังนี้ :-<br />
1. ตาไม่บอดสี<br />
2. ไม่จำกัดเพศ<br />
3. อายุไม่เกิน 27 ปี (ไม่เกิดก่อนปีพ.ศ. 2528)<br />
4. มีความรู้ด้านคอมพิวเตอร์ Microsoft Office สำหรับปฏิบัติงานได้เป็นอย่างดี<br />
5. มีทักษะในการใช้ภาษาอังกฤษเป็นอย่างดี<br />
6. สำหรับผู้สมัครสอบลำดับที่ 2 , 3 และ 4 ต้องมีใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม<br />
สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า แขนงไฟฟ้าสื่อสาร , สาขาวิศวกรรมโยธา และสาขาวิศวกรรมเครื่องกล ตามลำดับ ไม่ต่ำกว่าระดับ<br />
ภาคีวิศวกร สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม ในวันที่สมัคร หากสอบได้จะต้องนำ<br />
ใบอนุญาตมาแสดงภายใน 10 เดือน นับตั้งแต่วันเริ่มทดลองปฏิบัติงาน หากพ้นกำหนดไม่สามารถนำมาแสดงได้ จะถูก<br />
เลิกจ้าง<br />
สำหรับหลักฐานการศึกษาอนุโลมให้ใช้หนังสือรับรองภาคการศึกษาสุดท้าย ก่อนจะสำเร็จการศึกษามาใช้<br />
ในการสมัครสอบได้<br />
ผู้สนใจที่มีคุณสมบัติตรงตามประกาศ สามารถสมัครสอบทาง website การไฟฟ้านครหลวง<br />
(<a href="http://www.mea.or.th" target="_blank">http://www.mea.or.th</a>) ตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน 2555 เวลา 07.30 น. ถึง วันที่ 9 เมษายน 2555 เวลา 15.30 น. ทั้งนี้<br />
การไฟฟ้านครหลวงสงวนสิทธิ์ที่จะพิจารณารับสมัครจากบุคคลภายนอก และพนักงานการไฟฟ้านครหลวง จำนวน<br />
คุณวุฒิละ 300 รายแรก<br /><!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><img src="images/attachtypes/pdf.gif" border="0" alt=".pdf" />&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=912" target="_blank">p_ftm6_55.pdf</a> (ขนาด: 70.23 KB / ดาวน์โหลด: 31)
<!-- end: postbit_attachments_attachment -->]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[ก า ร ไ ฟ ฟ้ า น ค ร ห ล ว ง<br />
ประกาศที่ ฝทม.6/2555<br />
เรื่อง รับสมัครบุคคลภายนอกและพนักงานการไฟฟ้านครหลวง เพื่อสอบคัดเลือกบรรจุในคุณวุฒิต่าง ๆ<br />
ด้วยการไฟฟ้านครหลวงมีความประสงค์จะรับสมัครบุคคลภายนอกและพนักงานการไฟฟ้านครหลวง<br />
เพื่อสอบคัดเลือกบรรจุในคุณวุฒิต่าง ๆ โดยผู้สมัครต้องมีคุณวุฒิการศึกษา ตามที่กำหนด ดังนี้:-<br />
ลำดับที่ คุณวุฒิ จำนวน<br />
อัตรา<br />
1 ปริญญาตรีหรือเทียบเท่าทางวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ 8 อัตรา<br />
2 ปริญญาตรีหรือเทียบเท่าทางวิศวกรรมไฟฟ้าสื่อสาร 3 อัตรา<br />
3 ปริญญาตรีหรือเทียบเท่าทางวิศวกรรมโยธา หรือ สำรวจ 6 อัตรา<br />
4<span style="text-decoration: underline;"> ปริญญาตรีหรือเทียบเท่าทางวิศวกรรมเครื่องกล 2 อัตรา</span><br />
 โดยผู้สมัครสอบต้องมีคุณสมบัติตามที่กำหนด ดังนี้ :-<br />
1. ตาไม่บอดสี<br />
2. ไม่จำกัดเพศ<br />
3. อายุไม่เกิน 27 ปี (ไม่เกิดก่อนปีพ.ศ. 2528)<br />
4. มีความรู้ด้านคอมพิวเตอร์ Microsoft Office สำหรับปฏิบัติงานได้เป็นอย่างดี<br />
5. มีทักษะในการใช้ภาษาอังกฤษเป็นอย่างดี<br />
6. สำหรับผู้สมัครสอบลำดับที่ 2 , 3 และ 4 ต้องมีใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม<br />
สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า แขนงไฟฟ้าสื่อสาร , สาขาวิศวกรรมโยธา และสาขาวิศวกรรมเครื่องกล ตามลำดับ ไม่ต่ำกว่าระดับ<br />
ภาคีวิศวกร สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม ในวันที่สมัคร หากสอบได้จะต้องนำ<br />
ใบอนุญาตมาแสดงภายใน 10 เดือน นับตั้งแต่วันเริ่มทดลองปฏิบัติงาน หากพ้นกำหนดไม่สามารถนำมาแสดงได้ จะถูก<br />
เลิกจ้าง<br />
สำหรับหลักฐานการศึกษาอนุโลมให้ใช้หนังสือรับรองภาคการศึกษาสุดท้าย ก่อนจะสำเร็จการศึกษามาใช้<br />
ในการสมัครสอบได้<br />
ผู้สนใจที่มีคุณสมบัติตรงตามประกาศ สามารถสมัครสอบทาง website การไฟฟ้านครหลวง<br />
(<a href="http://www.mea.or.th" target="_blank">http://www.mea.or.th</a>) ตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน 2555 เวลา 07.30 น. ถึง วันที่ 9 เมษายน 2555 เวลา 15.30 น. ทั้งนี้<br />
การไฟฟ้านครหลวงสงวนสิทธิ์ที่จะพิจารณารับสมัครจากบุคคลภายนอก และพนักงานการไฟฟ้านครหลวง จำนวน<br />
คุณวุฒิละ 300 รายแรก<br /><!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><img src="images/attachtypes/pdf.gif" border="0" alt=".pdf" />&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=912" target="_blank">p_ftm6_55.pdf</a> (ขนาด: 70.23 KB / ดาวน์โหลด: 31)
<!-- end: postbit_attachments_attachment -->]]></content:encoded>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[ซูซูกิ สวิฟท์ ตัวท็อปจัดเต็มราคา 5.59 แสนบาท Suzuki Swift]]></title>
			<link>http://www.mesutstudent.com/board/showthread.php?tid=1257</link>
			<pubDate>Sat, 24 Mar 2012 14:33:01 +0000</pubDate>
			<guid isPermaLink="false">http://www.mesutstudent.com/board/showthread.php?tid=1257</guid>
			<description><![CDATA[<!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><img src="images/attachtypes/jpg.gif" border="0" alt=".jpeg" />&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=906" target="_blank">suzuki-swift-01.JPEG</a> (ขนาด: 29.09 KB / ดาวน์โหลด: 365)
<!-- end: postbit_attachments_attachment --><br />
<br />
วันนี้(21 มี.ค.) บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ยึดโรงแรมดุสิตธานี จัดงานเปิดตัว “ซูซูกิ สวิฟท์ โฉมใหม่” รถยนต์ตระกูล<a href="http://www.mesutstudent.com/board/showthread.php?tid=1249" target="_blank">อีโคคาร์</a>ลำดับที่ 5 ของเมืองไทย ชูสมรรถนะโดดเด่นจากช่วงล่างหนึบแน่น พร้อมเครื่องยนต์ 1.25 ลิตร แถมประหยัดน้ำมัน เคาะราคาเพียง 3 รุ่นย่อยเกียร์อัตโนมัติ CVT 469,000-559,000 บาท ส่วนรุ่นเกียร์ธรรมดาต้องรอเดือนตุลาคม<br />
       <br />
       “ซูซูกิ สวิฟท์ โฉมใหม่” (All New Suzuki Swift) สวมเข้า<span style="color: #FF4500;">โครงการอีโคคาร์ของรัฐบาลไทย และวางเครื่องยนต์ 1.25ลิตร (กำหนดเครื่องยนต์เบนซินพิกัดไม่เกิน 1400ซีซี)</span> ส่วนรุ่นเดิมเครื่องยนต์ 1.5 ลิตรก็ยุติการทำตลาดไป<br />
<br />
นอกจากนี้ยังผ่านคุณสมบัติด้านการประหยัดพลังงาน โดยมี<span style="color: #FF4500;">อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงมากกว่า 20 กม./ลิตร</span> ตามมาตรฐานทางเทคนิค UNECE Reg. 101, Rev.1 Combine Mode ขณะเดียวกันด้านสิ่งแวดล้อม <span style="color: #FF4500;">ผ่านมาตรฐานมลพิษระดับยูโร 4</span> และมี<span style="color: #FF4500;">ปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ปล่อยจากท่อไอเสียไม่เกิน 120 กรัม/กม.</span><br />
       <br />
       สำหรับ“ซูซูกิ สวิฟท์ โฉมใหม่”ยึดพื้นฐานการพัฒนาบนแพลตฟอร์มเดิม ขณะที่หน้าตาปรับเพิ่มความสดใหม่ในหลายๆจุด ทั้งกระจังหน้า กันชนหน้า โคมไฟหน้าแนวตั้งขนาดใหญ่ เส้นสายปราดเปรียวมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ส่วนไฟท้ายดีไซน์ใหม่รับกับ Shoulder Line พร้อมล้อกระทะขนาด 15 นิ้วใน รุ่น GA และ GL ขณะที่ล้ออัลลอยด์ขนาด 16 นิ้วจะมาในรุ่น GLX<br />
       <br />
       ภายในตกแต่งสไตล์สปอร์ต คันเกียร์และสวิทช์ต่างๆ ถูกจัดวางอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมสำหรับผู้ขับขี่ โดยรุ่น GLXจะเป็นพวงมาลัยหุ้มหนัง มาพร้อมสวิทช์ควบคุมเครื่องเสียง<br />
<br />
<!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><img src="images/attachtypes/jpg.gif" border="0" alt=".jpeg" />&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=907" target="_blank">suzuki-swift-02.JPEG</a> (ขนาด: 30.26 KB / ดาวน์โหลด: 345)
<!-- end: postbit_attachments_attachment --><br />
<br />
ด้านสิ่งอำนวยความสะดวกจัดมาเพียบไล่ตั้งแต่ ระบบ Keyless Push Start ช่วยให้สตาร์ทรถได้โดยไม่ต้องใช้กุญแจ (เฉพาะรุ่น GL และรุ่น GLX) พวงมาลัยแบบ Tile-steering ปรับระดับขึ้น-ลงได้ ในระยะ 40 มิลลิเมตร และเพิ่มฟังก์ชั่นพิเศษแบบ Telescopic ปรับระยะหน้า-หลังได้ ในระยะ 36 มิลลิเมตร (เฉพาะรุ่น GL และ GLX) ตลอดจนเบาะนั่งแบบผ้าปรับระยะขึ้นลงได้ 32 มิลลิเมตร และปรับสไลด์ได้ 24 ระดับ ส่วนเบาะนั่งด้านหลังสามารถปรับพับได้ 60:40 เพิ่มความอเนกประสงค์<br />
       <br />
       ในรุ่น GLX ติดตั้งระบบปรับอากาศอัตโนมัติช่วยควบคุมอุณหภูมิ ส่วน GA,GL เป็นแบบแมนวลมือหมุนขณะที่ชุดเครื่องเสียง รองรับ CD MP3พร้อมช่อง USB (เฉพาะรุ่น GL, GLX)<br />
       เครื่องยนต์เบนซิน รหัส K12B ขนาด 1242 ซีซี 4 สูบ 16 วาล์ว พร้อมระบบ VVT วาล์วแปรผันทั้งฝั่งไอดี-ไอเสีย ให้กำลังสูงสุด 91 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 118 นิวตันเมตรที่ 4,800 รอบต่อนาที รองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ อี 20 ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่อง CVT และเกียร์ธรรมดา 5 สปีด<br />
<br />
<!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><img src="images/attachtypes/jpg.gif" border="0" alt=".jpeg" />&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=908" target="_blank">suzuki-swift-03.JPEG</a> (ขนาด: 27.68 KB / ดาวน์โหลด: 307)
<!-- end: postbit_attachments_attachment --><br />
<br />
       สำหรับรัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 4.8 เมตรในรุ่นGA, GLและ 5.2 เมตรในรุ่น GLXด้านระบบกันสะเทือนหน้าแบบแม็คเฟอร์สัน สตรัท พร้อมคอยล์สปริง และหลังแบบทอร์ชั่นบีม พร้อมคอยล์สปริง ทั้งยังขยายฐานล้อให้กว้างขึ้น 40 มิลลิเมตร ช่วยเพิ่มเสถียรภาพในการขับขี่<br />
<br />
ความปลอดภัยจัดถุงลมนิรภัย SRS ด้านคนขับ และระบบเบรก ABS ระบบกระจายแรงเบรก EBD เป็นมาตรฐานทุกรุ่น ขณะที่ในรุ่น GLX จะเสริมถุงลมนิรภัย SRS ฝั่งผู้โดยสารมาอีกหนึ่งลูก<br />
       <br />
       โดยซูซูกิ เพิ่งจะเริ่มผลิต“สวิฟท์ โฉมใหม่” เมื่อ 1 มีนาคมที่ผ่านมา ณ โรงงานที่นิคมอุตสาหกรรมเหมราช จังหวัดระยอง และเตรียมลงโชว์รูมพร้อมขายในรุ่นเกียร์อัตโนมัติตั้งแต่ 22 มีนาคมเป็นต้นไป ส่วนรุ่นเกียร์ธรรมดาจะเริ่มการผลิตเดือนตุลาคมนี้ โดยซูซูกิตั้งเป้ายอดขายปีนี้ 10,000 คัน จากยอดขายรวมทุกรุ่น 20,000 คัน<br />
       <br />
<span style="font-weight: bold;">ราคา“ซูซูกิ สวิฟท์ โฉมใหม่”รุ่นเกียร์ CVT</span><br />
<br />
รุ่น -	ราคา(บาท)<br />
GA -	469,000<br />
GL -	507,000<br />
GLX -	559,000<br />
<br />
<span style="font-size: x-small;">ขอขอบคุณแหล่งที่มา: <a href="http://www.manager.co.th/Motoring/ViewNews.aspx?NewsID=9550000036175" target="_blank">http://www.manager.co.th/Motoring/ViewNe...0000036175</a></span>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><img src="images/attachtypes/jpg.gif" border="0" alt=".jpeg" />&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=906" target="_blank">suzuki-swift-01.JPEG</a> (ขนาด: 29.09 KB / ดาวน์โหลด: 365)
<!-- end: postbit_attachments_attachment --><br />
<br />
วันนี้(21 มี.ค.) บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ยึดโรงแรมดุสิตธานี จัดงานเปิดตัว “ซูซูกิ สวิฟท์ โฉมใหม่” รถยนต์ตระกูล<a href="http://www.mesutstudent.com/board/showthread.php?tid=1249" target="_blank">อีโคคาร์</a>ลำดับที่ 5 ของเมืองไทย ชูสมรรถนะโดดเด่นจากช่วงล่างหนึบแน่น พร้อมเครื่องยนต์ 1.25 ลิตร แถมประหยัดน้ำมัน เคาะราคาเพียง 3 รุ่นย่อยเกียร์อัตโนมัติ CVT 469,000-559,000 บาท ส่วนรุ่นเกียร์ธรรมดาต้องรอเดือนตุลาคม<br />
       <br />
       “ซูซูกิ สวิฟท์ โฉมใหม่” (All New Suzuki Swift) สวมเข้า<span style="color: #FF4500;">โครงการอีโคคาร์ของรัฐบาลไทย และวางเครื่องยนต์ 1.25ลิตร (กำหนดเครื่องยนต์เบนซินพิกัดไม่เกิน 1400ซีซี)</span> ส่วนรุ่นเดิมเครื่องยนต์ 1.5 ลิตรก็ยุติการทำตลาดไป<br />
<br />
นอกจากนี้ยังผ่านคุณสมบัติด้านการประหยัดพลังงาน โดยมี<span style="color: #FF4500;">อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงมากกว่า 20 กม./ลิตร</span> ตามมาตรฐานทางเทคนิค UNECE Reg. 101, Rev.1 Combine Mode ขณะเดียวกันด้านสิ่งแวดล้อม <span style="color: #FF4500;">ผ่านมาตรฐานมลพิษระดับยูโร 4</span> และมี<span style="color: #FF4500;">ปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ปล่อยจากท่อไอเสียไม่เกิน 120 กรัม/กม.</span><br />
       <br />
       สำหรับ“ซูซูกิ สวิฟท์ โฉมใหม่”ยึดพื้นฐานการพัฒนาบนแพลตฟอร์มเดิม ขณะที่หน้าตาปรับเพิ่มความสดใหม่ในหลายๆจุด ทั้งกระจังหน้า กันชนหน้า โคมไฟหน้าแนวตั้งขนาดใหญ่ เส้นสายปราดเปรียวมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ส่วนไฟท้ายดีไซน์ใหม่รับกับ Shoulder Line พร้อมล้อกระทะขนาด 15 นิ้วใน รุ่น GA และ GL ขณะที่ล้ออัลลอยด์ขนาด 16 นิ้วจะมาในรุ่น GLX<br />
       <br />
       ภายในตกแต่งสไตล์สปอร์ต คันเกียร์และสวิทช์ต่างๆ ถูกจัดวางอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมสำหรับผู้ขับขี่ โดยรุ่น GLXจะเป็นพวงมาลัยหุ้มหนัง มาพร้อมสวิทช์ควบคุมเครื่องเสียง<br />
<br />
<!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><img src="images/attachtypes/jpg.gif" border="0" alt=".jpeg" />&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=907" target="_blank">suzuki-swift-02.JPEG</a> (ขนาด: 30.26 KB / ดาวน์โหลด: 345)
<!-- end: postbit_attachments_attachment --><br />
<br />
ด้านสิ่งอำนวยความสะดวกจัดมาเพียบไล่ตั้งแต่ ระบบ Keyless Push Start ช่วยให้สตาร์ทรถได้โดยไม่ต้องใช้กุญแจ (เฉพาะรุ่น GL และรุ่น GLX) พวงมาลัยแบบ Tile-steering ปรับระดับขึ้น-ลงได้ ในระยะ 40 มิลลิเมตร และเพิ่มฟังก์ชั่นพิเศษแบบ Telescopic ปรับระยะหน้า-หลังได้ ในระยะ 36 มิลลิเมตร (เฉพาะรุ่น GL และ GLX) ตลอดจนเบาะนั่งแบบผ้าปรับระยะขึ้นลงได้ 32 มิลลิเมตร และปรับสไลด์ได้ 24 ระดับ ส่วนเบาะนั่งด้านหลังสามารถปรับพับได้ 60:40 เพิ่มความอเนกประสงค์<br />
       <br />
       ในรุ่น GLX ติดตั้งระบบปรับอากาศอัตโนมัติช่วยควบคุมอุณหภูมิ ส่วน GA,GL เป็นแบบแมนวลมือหมุนขณะที่ชุดเครื่องเสียง รองรับ CD MP3พร้อมช่อง USB (เฉพาะรุ่น GL, GLX)<br />
       เครื่องยนต์เบนซิน รหัส K12B ขนาด 1242 ซีซี 4 สูบ 16 วาล์ว พร้อมระบบ VVT วาล์วแปรผันทั้งฝั่งไอดี-ไอเสีย ให้กำลังสูงสุด 91 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 118 นิวตันเมตรที่ 4,800 รอบต่อนาที รองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ อี 20 ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่อง CVT และเกียร์ธรรมดา 5 สปีด<br />
<br />
<!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><img src="images/attachtypes/jpg.gif" border="0" alt=".jpeg" />&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=908" target="_blank">suzuki-swift-03.JPEG</a> (ขนาด: 27.68 KB / ดาวน์โหลด: 307)
<!-- end: postbit_attachments_attachment --><br />
<br />
       สำหรับรัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 4.8 เมตรในรุ่นGA, GLและ 5.2 เมตรในรุ่น GLXด้านระบบกันสะเทือนหน้าแบบแม็คเฟอร์สัน สตรัท พร้อมคอยล์สปริง และหลังแบบทอร์ชั่นบีม พร้อมคอยล์สปริง ทั้งยังขยายฐานล้อให้กว้างขึ้น 40 มิลลิเมตร ช่วยเพิ่มเสถียรภาพในการขับขี่<br />
<br />
ความปลอดภัยจัดถุงลมนิรภัย SRS ด้านคนขับ และระบบเบรก ABS ระบบกระจายแรงเบรก EBD เป็นมาตรฐานทุกรุ่น ขณะที่ในรุ่น GLX จะเสริมถุงลมนิรภัย SRS ฝั่งผู้โดยสารมาอีกหนึ่งลูก<br />
       <br />
       โดยซูซูกิ เพิ่งจะเริ่มผลิต“สวิฟท์ โฉมใหม่” เมื่อ 1 มีนาคมที่ผ่านมา ณ โรงงานที่นิคมอุตสาหกรรมเหมราช จังหวัดระยอง และเตรียมลงโชว์รูมพร้อมขายในรุ่นเกียร์อัตโนมัติตั้งแต่ 22 มีนาคมเป็นต้นไป ส่วนรุ่นเกียร์ธรรมดาจะเริ่มการผลิตเดือนตุลาคมนี้ โดยซูซูกิตั้งเป้ายอดขายปีนี้ 10,000 คัน จากยอดขายรวมทุกรุ่น 20,000 คัน<br />
       <br />
<span style="font-weight: bold;">ราคา“ซูซูกิ สวิฟท์ โฉมใหม่”รุ่นเกียร์ CVT</span><br />
<br />
รุ่น -	ราคา(บาท)<br />
GA -	469,000<br />
GL -	507,000<br />
GLX -	559,000<br />
<br />
<span style="font-size: x-small;">ขอขอบคุณแหล่งที่มา: <a href="http://www.manager.co.th/Motoring/ViewNews.aspx?NewsID=9550000036175" target="_blank">http://www.manager.co.th/Motoring/ViewNe...0000036175</a></span>]]></content:encoded>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[รีวิว ซัคเซส (Success) สนามฟุตบอลหญ้าเทียม จังหวัดระยอง]]></title>
			<link>http://www.mesutstudent.com/board/showthread.php?tid=1253</link>
			<pubDate>Thu, 22 Mar 2012 17:08:15 +0000</pubDate>
			<guid isPermaLink="false">http://www.mesutstudent.com/board/showthread.php?tid=1253</guid>
			<description><![CDATA[ได้มีโอกาสไปเตะฟุตบอลกับเพื่อนร่วมงาน วันนี้นัดเจอกันที่สนามหญ้าเทียม "ซัคเซส (Success)" จ.ระยอง ที่สนามก็นอกจากจะมีห้องอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า ขายขนม เครื่องดื่มแล้ว ยังมีบริการฟรี Wi-Fi สำหรับท่านที่มานั่งรอ ให้ได้ทั้งดูบอลและเล่นเน็ตไปด้วยได้พร้อมๆ กัน แต่ที่ยังขาดก็คือ สนามยังไม่มีหลังคานะครับ หากฝนตกก็คงต้องงดเล่น<br />
<br />
อัตราค่าบริการถ้าก่อน 17.00 น. ราคา 500 บาทต่อชั่วโมง หากหลัง 17.00 น. ราคา 900 บาทต่อชั่วโมง สนใจสอบถามข้อมูลและจองสนาม เบอร์โทรศัพท์ 086-0044384, 081-0041846<br />
<br />
เอาภาพบรรยากาศมาฝากกันครับ<br />
<br />
<!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><img src="images/attachtypes/jpg.gif" border="0" alt=".jpg" />&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=901" target="_blank">success-soccer-01.jpg</a> (ขนาด: 47.1 KB / ดาวน์โหลด: 74)
<!-- end: postbit_attachments_attachment --><br />
<br />
<!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><img src="images/attachtypes/jpg.gif" border="0" alt=".jpg" />&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=902" target="_blank">success-soccer-02.jpg</a> (ขนาด: 46.73 KB / ดาวน์โหลด: 72)
<!-- end: postbit_attachments_attachment -->]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[ได้มีโอกาสไปเตะฟุตบอลกับเพื่อนร่วมงาน วันนี้นัดเจอกันที่สนามหญ้าเทียม "ซัคเซส (Success)" จ.ระยอง ที่สนามก็นอกจากจะมีห้องอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า ขายขนม เครื่องดื่มแล้ว ยังมีบริการฟรี Wi-Fi สำหรับท่านที่มานั่งรอ ให้ได้ทั้งดูบอลและเล่นเน็ตไปด้วยได้พร้อมๆ กัน แต่ที่ยังขาดก็คือ สนามยังไม่มีหลังคานะครับ หากฝนตกก็คงต้องงดเล่น<br />
<br />
อัตราค่าบริการถ้าก่อน 17.00 น. ราคา 500 บาทต่อชั่วโมง หากหลัง 17.00 น. ราคา 900 บาทต่อชั่วโมง สนใจสอบถามข้อมูลและจองสนาม เบอร์โทรศัพท์ 086-0044384, 081-0041846<br />
<br />
เอาภาพบรรยากาศมาฝากกันครับ<br />
<br />
<!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><img src="images/attachtypes/jpg.gif" border="0" alt=".jpg" />&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=901" target="_blank">success-soccer-01.jpg</a> (ขนาด: 47.1 KB / ดาวน์โหลด: 74)
<!-- end: postbit_attachments_attachment --><br />
<br />
<!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><img src="images/attachtypes/jpg.gif" border="0" alt=".jpg" />&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=902" target="_blank">success-soccer-02.jpg</a> (ขนาด: 46.73 KB / ดาวน์โหลด: 72)
<!-- end: postbit_attachments_attachment -->]]></content:encoded>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[มารู้จัก eco car อีโก้คาร์ คืออะไร มีหลักเกณฑ์อย่างไรบ้าง]]></title>
			<link>http://www.mesutstudent.com/board/showthread.php?tid=1249</link>
			<pubDate>Sat, 10 Mar 2012 05:48:52 +0000</pubDate>
			<guid isPermaLink="false">http://www.mesutstudent.com/board/showthread.php?tid=1249</guid>
			<description><![CDATA[<!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><img src="images/attachtypes/jpg.gif" border="0" alt=".jpg" />&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=900" target="_blank">eco-car-chart.jpg</a> (ขนาด: 59.09 KB / ดาวน์โหลด: 187)
<!-- end: postbit_attachments_attachment --><br />
<br />
<span style="font-weight: bold;">Eco - car คืออะไร</span><br />
Eco car คือ รถยนต์นั่งประหยัดพลังงานมาตราฐานสากล<br />
<br />
รถยนต์ที่จะถูกเรียกว่าเป็น Eco-Car ได้นั้นจะต้องมี 5 คุณสมบัติหลัก คือ<br />
1. มีอัตราการใช้น้ำมัน ไม่เกิน 5 ลิตร/ 100 กิโลเมตร<br />
2. เป็นรถที่ได้มาตรฐาน Emission ตาม Euro4<br />
3. เป็นรถที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ไม่เกิน 120 กรัม/กิโลเมตร<br />
4. เป็นรถที่มีมาตรฐานความปลอดภัย UNECE Reg.94. Rev.0, และ UNECE Reg.95. Rev.0<br />
5. เป็นรถยนต์ที่มีขนาดเครื่องยนต์ไม่เกิน 1,300 cc สำหรับเครื่องยนต์เบนซิน และ 1,400 cc สำหรับเครื่องยนต์ดีเซล<br />
<br />
โดยรถที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานดังกล่าวจะได้รับประโยชน์ทางภาษี โดยภาษีสรรพามิตรของอีโคคาร นั้นคือ 17%<br />
           ปัจจุบัน มีผู้ประกอบการที่ได้รับการอนุมัติการส่งเสริมการลงทุนให้ดำเนินโครงการ Eco-Car จำนวน 6 ราย<br />
มีกำลังการผลิตรวม 685,000 คัน โดยส่วนใหญ่เป็นการผลิตเพื่อการส่งออกไปจำหน่ายยังประเทศต่างๆ ทั่วโลก]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><img src="images/attachtypes/jpg.gif" border="0" alt=".jpg" />&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=900" target="_blank">eco-car-chart.jpg</a> (ขนาด: 59.09 KB / ดาวน์โหลด: 187)
<!-- end: postbit_attachments_attachment --><br />
<br />
<span style="font-weight: bold;">Eco - car คืออะไร</span><br />
Eco car คือ รถยนต์นั่งประหยัดพลังงานมาตราฐานสากล<br />
<br />
รถยนต์ที่จะถูกเรียกว่าเป็น Eco-Car ได้นั้นจะต้องมี 5 คุณสมบัติหลัก คือ<br />
1. มีอัตราการใช้น้ำมัน ไม่เกิน 5 ลิตร/ 100 กิโลเมตร<br />
2. เป็นรถที่ได้มาตรฐาน Emission ตาม Euro4<br />
3. เป็นรถที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ไม่เกิน 120 กรัม/กิโลเมตร<br />
4. เป็นรถที่มีมาตรฐานความปลอดภัย UNECE Reg.94. Rev.0, และ UNECE Reg.95. Rev.0<br />
5. เป็นรถยนต์ที่มีขนาดเครื่องยนต์ไม่เกิน 1,300 cc สำหรับเครื่องยนต์เบนซิน และ 1,400 cc สำหรับเครื่องยนต์ดีเซล<br />
<br />
โดยรถที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานดังกล่าวจะได้รับประโยชน์ทางภาษี โดยภาษีสรรพามิตรของอีโคคาร นั้นคือ 17%<br />
           ปัจจุบัน มีผู้ประกอบการที่ได้รับการอนุมัติการส่งเสริมการลงทุนให้ดำเนินโครงการ Eco-Car จำนวน 6 ราย<br />
มีกำลังการผลิตรวม 685,000 คัน โดยส่วนใหญ่เป็นการผลิตเพื่อการส่งออกไปจำหน่ายยังประเทศต่างๆ ทั่วโลก]]></content:encoded>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[สารพันปัญหา การใช้งานและการแก้ไขเกี่ยวกับ iPhone]]></title>
			<link>http://www.mesutstudent.com/board/showthread.php?tid=1248</link>
			<pubDate>Wed, 07 Mar 2012 16:50:44 +0000</pubDate>
			<guid isPermaLink="false">http://www.mesutstudent.com/board/showthread.php?tid=1248</guid>
			<description><![CDATA[<!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><img src="images/attachtypes/jpg.gif" border="0" alt=".jpg" />&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=899" target="_blank">iphone.jpg</a> (ขนาด: 9.11 KB / ดาวน์โหลด: 77)
<!-- end: postbit_attachments_attachment --><br />
<br />
สำหรับท่านที่เพิ่งถอย iPhone ใหม่ป้ายแดงมาเชยชม อาจจะเพื่อทำงาน เล่นเกมส์ ท่องเว็บ ถ่ายภาพ คุยกับเพื่อน หรืออะไรก็แล้วแต่ และด้วยความเป็นมือใหม่หัดขับ iPhone ก็อาจจะมีปัญหาและคำถามให้ค้นหาคำตอบมากมาย เริ่มจากวันแรกที่หยิบเครื่องออกจากร้าน ก็เป็นวันแรกที่มีคำถามเข้ามาให้ชวนหาคำตอบ มาติดตามกันเลยครับว่าคำถามกับคำตอบเหล่านั้นส่วนใหญ่มีปัญหาอะไรชวนให้ต้องหาคำตอบกันบ้าง<br />
<br />
<span style="color: #0000CD;"><span style="font-weight: bold;">- การตรวจสอบการรับประกัน ระยะเวลารับประกัน วันสิ้นสุดรับประกันเครื่อง iPhone</span></span> จากเว็บของ Apple โดยตรง ด้วยเพราะไม่มั่นใจว่าเครื่องที่ซื้อมานั้นเป็นเครื่องรับประกันศูนย์ของ Apple ของแท้แน่นอนจริงรึเปล่า ก็เลยไปค้นหาวิธีการเช็คว่าเป็นเครื่องศูนย์จริงรึไม่ซึ่งก็ได้วิธีการมาสรุปสั้นๆ ว่า หากต้องการเช็คระยะเวลารับประกันก็ไปที่ <a href="https://selfsolve.apple.com/GetWarranty.do" target="_blank">https://selfsolve.apple.com/GetWarranty.do</a> แล้วดำเนินการตามลำดับเลยครับ<br />
<br />
<span style="color: #0000CD;"><span style="font-weight: bold;">- อัพเกรดจาก iOS 5.0.0 เป็น iOS 5.0.1 แล้วเกิดอาการเครื่องค้างเวลาโทรออก</span></span> คือหากกดโทรออกแล้วเปลี่ยนใจกดวางสายจะเกิดอาการเครื่องค้างที่หน้าจอวางสาย โดยยังสามารถกดปุ่ม Home เพื่อกลับไป Home ได้ตามปกติ แต่เมื่อจะมาที่ Phone เพื่อโทรออกก็จะพบกับหน้ากดวางสายที่ค้างอยู่ (เหมือนวางสายไม่เสร็จสักที)<br />
<br />
<span style="text-decoration: underline;">การแก้ไข:</span> Reset เครื่องใหม่ โดย Backup ข้อมูลก่อนแล้วไปที่คำสั่ง Reset เครื่อง<br />
<br />
<span style="color: #0000CD;"><span style="font-weight: bold;">- ปัญหา iTune มองไม่เห็น iPhone</span></span> ปัญหานี้เกิดขึ้นเมื่อนึกอยากจะ Backup ข้อมูลกับต้องการลง App ใหม่ๆ ให้กับ iPhone ของฉัน แต่ปรากฎว่าเมื่อเสียบต่อ iPhone เรียบร้อยแล้ว โปรแกรม iTune กลับมองไม่เห็น iPhone (ไม่มีรูป icon หรือชื่อของ iPhone แสดงขึ้นมาใน iTune)<br />
<br />
<span style="text-decoration: underline;">การแก้ไข:</span> ตรวจสอบว่า iTune เป็นเวอร์ชั่นล่าสุดหรือเป็นเวอร์ชั่นที่ support กับ iPhone นั้นหรือไม่ หากไม่แน่ใจก็ให้ Uninstall โปรแกรม iTune ที่มีออก แล้วดาวน์โหลดเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดมาลงดีกว่า วิธีนี้ผมลองแล้วได้ผลครับ<br />
<br />
<span style="color: #0000CD;"><span style="font-weight: bold;">- อาการเขย่าแล้วมีเสียงดังแก๊กๆ คล้ายๆ กับเสียงเม็ดทรายหรือเม็ดดูดความชื้น</span></span> โดยเสียงนี้จะดังอยู่บริเวณส่วนบนของเครื่อง แถวๆ ลำโพงประมาณนั้น ตรวจสอบจากในเว็บบางคนก็ว่าเป็นเสียงปกติพวก sensor บางคนก็ว่าเป็นเสียงผิดปกติ ต้องส่งเช็คที่ศูนย์ อันนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับดุลพินิจย์ของแต่ละบุคคลแล้วล่ะครับว่าเสียงดังมากน้อยแค่ไหน รับได้หรือไม่ได้ ก็ลองเปรียบเทียบกับเครื่องเพื่อนๆ ดูครับ หรือหากไม่มั่นใจก็ลองเอาไปให้ศูนย์เขย่าดูสักตั้งสองตั้ง เผื่อจะได้คำตอบที่สบายใจ<br />
<br />
<span style="color: #0000CD;"><span style="font-weight: bold;">- การสมัคร Apple ID แบบไม่ต้องกรอกข้อมูลบัตรเครดิต</span></span><br />
ทั้งนี้เนื่องมาจากยังไม่อยากจะเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวให้กับใครก็ไม่รู้มากมายเกินไปนัก ขอลองใช้ดูก่อนถ้าดีจริงค่อยว่ากัน ก็เลยหาวิธีการสมัคร Apple ID แบบไม่ต้องกรอกรหัสบัตรเครดิต จนได้เทคนิคมาดังนี้ครับ คือ หากยังไม่มี Apple ID ก็ให้หาโหลด Apps ที่เป็นฟรี Apps จากนั้น จะมีข้อความเตือนว่ายังไม่มี ID ให้สมัครรับ ID ก่อน เราก็สมัครปกติ ใส่ข้อมูลไปเรื่อยๆ ตามลำดับ จนถึงขั้นตอน “Billing Information” ก็จะมีช่อง “None” ให้เลือก ซึ่งก็คือการยังไม่ระบุรายการเกี่ยวกับการชำระเงิน หรือเรียกง่ายๆ ก็คือ ยังไม่ต้องใส่หมายเลขบัตรเครดิตก็สามารถสมัครรับ ID ได้แล้วนั่นเอง]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><img src="images/attachtypes/jpg.gif" border="0" alt=".jpg" />&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=899" target="_blank">iphone.jpg</a> (ขนาด: 9.11 KB / ดาวน์โหลด: 77)
<!-- end: postbit_attachments_attachment --><br />
<br />
สำหรับท่านที่เพิ่งถอย iPhone ใหม่ป้ายแดงมาเชยชม อาจจะเพื่อทำงาน เล่นเกมส์ ท่องเว็บ ถ่ายภาพ คุยกับเพื่อน หรืออะไรก็แล้วแต่ และด้วยความเป็นมือใหม่หัดขับ iPhone ก็อาจจะมีปัญหาและคำถามให้ค้นหาคำตอบมากมาย เริ่มจากวันแรกที่หยิบเครื่องออกจากร้าน ก็เป็นวันแรกที่มีคำถามเข้ามาให้ชวนหาคำตอบ มาติดตามกันเลยครับว่าคำถามกับคำตอบเหล่านั้นส่วนใหญ่มีปัญหาอะไรชวนให้ต้องหาคำตอบกันบ้าง<br />
<br />
<span style="color: #0000CD;"><span style="font-weight: bold;">- การตรวจสอบการรับประกัน ระยะเวลารับประกัน วันสิ้นสุดรับประกันเครื่อง iPhone</span></span> จากเว็บของ Apple โดยตรง ด้วยเพราะไม่มั่นใจว่าเครื่องที่ซื้อมานั้นเป็นเครื่องรับประกันศูนย์ของ Apple ของแท้แน่นอนจริงรึเปล่า ก็เลยไปค้นหาวิธีการเช็คว่าเป็นเครื่องศูนย์จริงรึไม่ซึ่งก็ได้วิธีการมาสรุปสั้นๆ ว่า หากต้องการเช็คระยะเวลารับประกันก็ไปที่ <a href="https://selfsolve.apple.com/GetWarranty.do" target="_blank">https://selfsolve.apple.com/GetWarranty.do</a> แล้วดำเนินการตามลำดับเลยครับ<br />
<br />
<span style="color: #0000CD;"><span style="font-weight: bold;">- อัพเกรดจาก iOS 5.0.0 เป็น iOS 5.0.1 แล้วเกิดอาการเครื่องค้างเวลาโทรออก</span></span> คือหากกดโทรออกแล้วเปลี่ยนใจกดวางสายจะเกิดอาการเครื่องค้างที่หน้าจอวางสาย โดยยังสามารถกดปุ่ม Home เพื่อกลับไป Home ได้ตามปกติ แต่เมื่อจะมาที่ Phone เพื่อโทรออกก็จะพบกับหน้ากดวางสายที่ค้างอยู่ (เหมือนวางสายไม่เสร็จสักที)<br />
<br />
<span style="text-decoration: underline;">การแก้ไข:</span> Reset เครื่องใหม่ โดย Backup ข้อมูลก่อนแล้วไปที่คำสั่ง Reset เครื่อง<br />
<br />
<span style="color: #0000CD;"><span style="font-weight: bold;">- ปัญหา iTune มองไม่เห็น iPhone</span></span> ปัญหานี้เกิดขึ้นเมื่อนึกอยากจะ Backup ข้อมูลกับต้องการลง App ใหม่ๆ ให้กับ iPhone ของฉัน แต่ปรากฎว่าเมื่อเสียบต่อ iPhone เรียบร้อยแล้ว โปรแกรม iTune กลับมองไม่เห็น iPhone (ไม่มีรูป icon หรือชื่อของ iPhone แสดงขึ้นมาใน iTune)<br />
<br />
<span style="text-decoration: underline;">การแก้ไข:</span> ตรวจสอบว่า iTune เป็นเวอร์ชั่นล่าสุดหรือเป็นเวอร์ชั่นที่ support กับ iPhone นั้นหรือไม่ หากไม่แน่ใจก็ให้ Uninstall โปรแกรม iTune ที่มีออก แล้วดาวน์โหลดเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดมาลงดีกว่า วิธีนี้ผมลองแล้วได้ผลครับ<br />
<br />
<span style="color: #0000CD;"><span style="font-weight: bold;">- อาการเขย่าแล้วมีเสียงดังแก๊กๆ คล้ายๆ กับเสียงเม็ดทรายหรือเม็ดดูดความชื้น</span></span> โดยเสียงนี้จะดังอยู่บริเวณส่วนบนของเครื่อง แถวๆ ลำโพงประมาณนั้น ตรวจสอบจากในเว็บบางคนก็ว่าเป็นเสียงปกติพวก sensor บางคนก็ว่าเป็นเสียงผิดปกติ ต้องส่งเช็คที่ศูนย์ อันนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับดุลพินิจย์ของแต่ละบุคคลแล้วล่ะครับว่าเสียงดังมากน้อยแค่ไหน รับได้หรือไม่ได้ ก็ลองเปรียบเทียบกับเครื่องเพื่อนๆ ดูครับ หรือหากไม่มั่นใจก็ลองเอาไปให้ศูนย์เขย่าดูสักตั้งสองตั้ง เผื่อจะได้คำตอบที่สบายใจ<br />
<br />
<span style="color: #0000CD;"><span style="font-weight: bold;">- การสมัคร Apple ID แบบไม่ต้องกรอกข้อมูลบัตรเครดิต</span></span><br />
ทั้งนี้เนื่องมาจากยังไม่อยากจะเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวให้กับใครก็ไม่รู้มากมายเกินไปนัก ขอลองใช้ดูก่อนถ้าดีจริงค่อยว่ากัน ก็เลยหาวิธีการสมัคร Apple ID แบบไม่ต้องกรอกรหัสบัตรเครดิต จนได้เทคนิคมาดังนี้ครับ คือ หากยังไม่มี Apple ID ก็ให้หาโหลด Apps ที่เป็นฟรี Apps จากนั้น จะมีข้อความเตือนว่ายังไม่มี ID ให้สมัครรับ ID ก่อน เราก็สมัครปกติ ใส่ข้อมูลไปเรื่อยๆ ตามลำดับ จนถึงขั้นตอน “Billing Information” ก็จะมีช่อง “None” ให้เลือก ซึ่งก็คือการยังไม่ระบุรายการเกี่ยวกับการชำระเงิน หรือเรียกง่ายๆ ก็คือ ยังไม่ต้องใส่หมายเลขบัตรเครดิตก็สามารถสมัครรับ ID ได้แล้วนั่นเอง]]></content:encoded>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[ฝาครอบกุญแจรีโมทแตกเฉพาะฝาหลัง ก็เปลี่ยนเฉพาะฝาหลัง]]></title>
			<link>http://www.mesutstudent.com/board/showthread.php?tid=1247</link>
			<pubDate>Mon, 27 Feb 2012 15:33:23 +0000</pubDate>
			<guid isPermaLink="false">http://www.mesutstudent.com/board/showthread.php?tid=1247</guid>
			<description><![CDATA[<!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><img src="images/attachtypes/jpg.gif" border="0" alt=".jpg" />&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=898" target="_blank">car-key-replacement.JPG</a> (ขนาด: 60.17 KB / ดาวน์โหลด: 84)
<!-- end: postbit_attachments_attachment --><br />
<span style="font-style: italic;">เปลี่ยนฝากุญแจรีโมทรถยนต์</span><br />
<br />
หลังจากใช้งานมา 5 เกือบจะ 6 ปี เจ้ากุญแจรีโมทของผมก็ถึงอันต้องแตก สาเหตุของการแตกคาดว่ามีสาเหตุมาจากการที่มันถูกบิดอยู่ทุกวัน ต้องรับแรงบิดวันละหลายรอบ และที่สำคัญมันมักจะถูกพกอยู่ในกระเป๋ากางเกง ซึ่งก็บ่อยครั้งที่นั่งแล้วกางเกงจะกดทับมันโดยเฉพาะวันที่ใส่กางเกงยีนส์ฟิตๆ นอกจากนี้ก็มีตกหล่นบ้างเป็นบางจังหวะ หุหุ<br />
<br />
อันนี้สามารถแก้ไขได้โดย<br />
1. หาซื้อกรอบกุญแจรีโมทมาเปลี่ยนเอง ราคาประมาณ 100 บาทนิดๆ<br />
2. เข้าไปเปลี่ยนที่ศูนย์ ซึ่งของผมแตกเฉพาะฝาหลัง ก็เปลี่ยนเฉพาะฝาหลัง ราคา 167 บาทครับ ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนทั้งฝาหน้าและฝาหลังเพราะจะเปลืองตังค์เปล่าๆ <img src="images/smilies/biggrin.gif" style="vertical-align: middle;" border="0" alt="" title="" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><img src="images/attachtypes/jpg.gif" border="0" alt=".jpg" />&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=898" target="_blank">car-key-replacement.JPG</a> (ขนาด: 60.17 KB / ดาวน์โหลด: 84)
<!-- end: postbit_attachments_attachment --><br />
<span style="font-style: italic;">เปลี่ยนฝากุญแจรีโมทรถยนต์</span><br />
<br />
หลังจากใช้งานมา 5 เกือบจะ 6 ปี เจ้ากุญแจรีโมทของผมก็ถึงอันต้องแตก สาเหตุของการแตกคาดว่ามีสาเหตุมาจากการที่มันถูกบิดอยู่ทุกวัน ต้องรับแรงบิดวันละหลายรอบ และที่สำคัญมันมักจะถูกพกอยู่ในกระเป๋ากางเกง ซึ่งก็บ่อยครั้งที่นั่งแล้วกางเกงจะกดทับมันโดยเฉพาะวันที่ใส่กางเกงยีนส์ฟิตๆ นอกจากนี้ก็มีตกหล่นบ้างเป็นบางจังหวะ หุหุ<br />
<br />
อันนี้สามารถแก้ไขได้โดย<br />
1. หาซื้อกรอบกุญแจรีโมทมาเปลี่ยนเอง ราคาประมาณ 100 บาทนิดๆ<br />
2. เข้าไปเปลี่ยนที่ศูนย์ ซึ่งของผมแตกเฉพาะฝาหลัง ก็เปลี่ยนเฉพาะฝาหลัง ราคา 167 บาทครับ ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนทั้งฝาหน้าและฝาหลังเพราะจะเปลืองตังค์เปล่าๆ <img src="images/smilies/biggrin.gif" style="vertical-align: middle;" border="0" alt="" title="" />]]></content:encoded>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[หมอกเกิดจากอะไร และจะกำจัดหมอกอย่างไร]]></title>
			<link>http://www.mesutstudent.com/board/showthread.php?tid=1246</link>
			<pubDate>Sat, 25 Feb 2012 16:50:39 +0000</pubDate>
			<guid isPermaLink="false">http://www.mesutstudent.com/board/showthread.php?tid=1246</guid>
			<description><![CDATA[<!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><img src="images/attachtypes/jpg.gif" border="0" alt=".jpg" />&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=897" target="_blank">mist.JPG</a> (ขนาด: 19.79 KB / ดาวน์โหลด: 37)
<!-- end: postbit_attachments_attachment --><br />
<br />
เรื่องหมอกเกิดจากอะไรนี่เป็นความบังเอิญสงสัยครับ เพราะเมื่อไม่กี่วันก่อนนี้ขณะขับรถไปทำงานตอนเช้าพบว่าหมอกลงหนามาก มากแบบที่ไม่คิดว่าจะได้เห็นในช่วงที่อากาศร้อนๆ เย็นๆ สลับกันอย่างช่วงนี้ ไปถึงบริษัทก็คุยกันใหญ่เลยว่าทำไมเมื่อเช้าถึงมีหมอกทั้งๆ ที่เมื่อวานก็อากาศร้อนสุดๆ แต่ละคนก็ต่างแสดงทัศนะเรื่องการเกิดหมอกต่างๆ กันไป วันนี้เลยไปค้นหาซะเลยว่าจริงๆ แล้วหมอกเกิดจากอะไร เกิดขึ้นได้อย่างไร ผลที่ได้ก็ดังด้านล่างครับ<br />
<br />
<span style="color: #0000CD;"><span style="font-size: medium;"><span style="font-weight: bold;">การเกิดหมอก</span></span></span> ลักษณะการเกิดคล้ายเมฆ  หมอกทุกชนิดเกิดเมื่ออุณหภูมิอากาศมีค่าเท่ากับอุณหภูมิจุดน้ำค้าง ทำให้อากาศเกิดการอิ่มตัว (saturate)  แล้วกลั่นตัว (condense) เป็นละอองน้ำเล็กๆ<br />
<br />
<span style="font-size: medium;"><span style="font-weight: bold;">หมอกสามารถแบ่งออกตามลักษณะการเกิด ดังนี้</span></span><br />
<br />
               <span style="color: #FF0000;"><span style="font-weight: bold;">1. หมอกที่เกิดจากการเย็นตัวของอากาศ (Cooling fog)</span></span> เป็นหมอกที่เกิดขึ้นภายในมวลอากาศ บางทีเรียกว่า (Air mass fog) ซึ่งแบ่งย่อยออกได้อีก คือ<br />
<br />
               <span style="font-weight: bold;">1.1  หมอกที่เกิดจากการแผ่รังสีความร้อน (Radiation fog)</span> เป็นหมอกที่เกิดเหนือพื้นดินในเวลากลางคืน และจางหายไปในเวลาเช้า ภายหลังดวงอาทิตย์ขึ้น หมอกชนิดนี้มักเกิดในวันที่อากาศดี ท้องฟ้าแจ่มใส ลมอ่อน และอากาศมีความชื้นสูง เกิดจากในตอนกลางคืน พื้นดินจะคายความร้อนหรือแผ่รังสีออกได้มากเป็นเหตุให้พื้นดินเย็นลง อากาศในชั้นล่างที่อยู่ติดพิ้นดินจะเย็นลงด้วย จนมีอุณหภูมิเท่ากับจุดน้ำค้าง ทำให้ไอน้ำในอากาศที่อยู่ใกล้พื้นดินกลั่นตัวเกิดเป็นหมอก<br />
<br />
               <span style="font-weight: bold;">1.2  หมอกที่เกิดจากการพาความร้อนในแนวนอน (Advection fog)</span> หมอกที่เกิดขึ้นในชั้นต่ำ ๆ ของมวลอากาศชื้นซึ่งเคลื่อนที่ไปบนผิวพื้นที่เย็นกว่าจนทำให้อุณหภูมิของอากาศข้างล่างลดลงต่ำกว่าอุณหภูมิจุดน้ำค้าง หมอกชนิดนี้มักเกิดจากอากาศชื้นเคลื่อนที่ไปบนผิวพื่นน้ำที่เย็นจัด (เช่น หมอกทะเล - sea fog)<br />
<br />
               <span style="font-weight: bold;">1.3  หมอกลาดเนินเขา (Up-slope fog)</span> หมอกที่เกิดตามลาดเนินเขาด้านรับลม เนื่องจากอากาศยกตัวสูงขึ้นตามลาดเขาทำให้เกิดการขยายตัวแบบแอเดียแบติค (adiabatic expansion) แล้วเย็นลงจนถึงอุณหภูมิจุดน้ำค้างจนไอน้ำกลั่นตัวกลายเป็นหมอก<br />
<br />
             <span style="color: #FF0000;"><span style="font-weight: bold;">2. หมอกที่เกิดจากการระเหย (Evaporation fog)</span></span> หมอกซึ่งเกิดขึ้นโดยการระเหยอย่างรวดเร็วของน้ำจากผิวหน้าน้ำที่อุ่นและกระจายเข้าไปในมวลอากาศเย็นและมีเสถียรภาพคือมีการทรงตัวดี ทำให้มวลอากาศเย็นนั้นอิ่มตัวและเกิดเป็นหมอก ซึ่งแบ่งได้ดังนี้<br />
<br />
             <span style="font-weight: bold;">2.1  หมอกในแนวปะทะอากาศ (Frontal fog)</span> หมอกซึ่งเกิดขึ้นในบริเวณแนวปะทะอากาศ โดยทั่วไป แบ่งออกเป็น 3 ชนิด คือ หมอกซึ่งเกิดก่อนแนวปะทะอากาศอุ่น (warm - front pre - frontal fog) หมอกซึ่งเกิดตามหลังแนวปะทะอากาศเย็น (cold - front post - frontal fog) และหมอกซึ่งเกิดขณะแนวปะทะอากาศเคลื่อนผ่าน (frontal - passage fog)<br />
<br />
             <span style="font-weight: bold;">2.2  หมอกไอน้ำ (Steam fog)</span> หมอกที่เกิดจากการระเหย คือเมื่อไอน้ำระเหยเข้าไปหรือเพิ่มเข้าไปในอากาศซึ่งเย็นจัดกว่ามากและมีการทรงตัวดี ตัวอย่างเช่น มวลอากาศเคลื่อนผ่านแนวน้ำแข็ง (stretches of ice) ก่อนจะผ่านไปเหนือผิวพื้นทะเลที่อุ่น<br />
<br />
<span style="color: #0000CD;"><span style="font-size: medium;"><span style="font-weight: bold;">การกำจัดหมอก</span></span></span> การกำจัดหรือลดปริมาณหมอกลงในบริเวณพื้นที่จำกัดพื้นที่หนึ่ง โดยการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติหรือโดยการกระทำของมนุษย์ หมอกซึ่งเย็นจัดต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง (Supercooled Fog) สามารถทำให้สลายตัวไปได้โดยการหว่านน้ำแข็งแห้งหรือซิลเวอร์ไอโอไดด์ (dry ice or silver iodide) เข้าไปในหมอก ส่วนหมอกอุ่น (warm fog) สามารถกำจัดได้โดยวิธี FIDO (Fog Investigation Dispersal Operations) เป็นวิธีกำจัดหมอกซึ่งอังกฤษเป็นผู้ค้นคิดขึ้นในระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง โดยเผาน้ำมันเบนซิน (gasoline) หรือเชื้อเพลิงอื่นๆ ให้เป็นแนวไปตามแนวของหมอกนั้น<br />
<br />
<span style="font-size: x-small;">ขอบคุณข้อมูลจาก <a href="http://www.aeromet.tmd.go.th/met/story/show_9.htm" target="_blank">http://www.aeromet.tmd.go.th/met/story/show_9.htm</a></span>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><img src="images/attachtypes/jpg.gif" border="0" alt=".jpg" />&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=897" target="_blank">mist.JPG</a> (ขนาด: 19.79 KB / ดาวน์โหลด: 37)
<!-- end: postbit_attachments_attachment --><br />
<br />
เรื่องหมอกเกิดจากอะไรนี่เป็นความบังเอิญสงสัยครับ เพราะเมื่อไม่กี่วันก่อนนี้ขณะขับรถไปทำงานตอนเช้าพบว่าหมอกลงหนามาก มากแบบที่ไม่คิดว่าจะได้เห็นในช่วงที่อากาศร้อนๆ เย็นๆ สลับกันอย่างช่วงนี้ ไปถึงบริษัทก็คุยกันใหญ่เลยว่าทำไมเมื่อเช้าถึงมีหมอกทั้งๆ ที่เมื่อวานก็อากาศร้อนสุดๆ แต่ละคนก็ต่างแสดงทัศนะเรื่องการเกิดหมอกต่างๆ กันไป วันนี้เลยไปค้นหาซะเลยว่าจริงๆ แล้วหมอกเกิดจากอะไร เกิดขึ้นได้อย่างไร ผลที่ได้ก็ดังด้านล่างครับ<br />
<br />
<span style="color: #0000CD;"><span style="font-size: medium;"><span style="font-weight: bold;">การเกิดหมอก</span></span></span> ลักษณะการเกิดคล้ายเมฆ  หมอกทุกชนิดเกิดเมื่ออุณหภูมิอากาศมีค่าเท่ากับอุณหภูมิจุดน้ำค้าง ทำให้อากาศเกิดการอิ่มตัว (saturate)  แล้วกลั่นตัว (condense) เป็นละอองน้ำเล็กๆ<br />
<br />
<span style="font-size: medium;"><span style="font-weight: bold;">หมอกสามารถแบ่งออกตามลักษณะการเกิด ดังนี้</span></span><br />
<br />
               <span style="color: #FF0000;"><span style="font-weight: bold;">1. หมอกที่เกิดจากการเย็นตัวของอากาศ (Cooling fog)</span></span> เป็นหมอกที่เกิดขึ้นภายในมวลอากาศ บางทีเรียกว่า (Air mass fog) ซึ่งแบ่งย่อยออกได้อีก คือ<br />
<br />
               <span style="font-weight: bold;">1.1  หมอกที่เกิดจากการแผ่รังสีความร้อน (Radiation fog)</span> เป็นหมอกที่เกิดเหนือพื้นดินในเวลากลางคืน และจางหายไปในเวลาเช้า ภายหลังดวงอาทิตย์ขึ้น หมอกชนิดนี้มักเกิดในวันที่อากาศดี ท้องฟ้าแจ่มใส ลมอ่อน และอากาศมีความชื้นสูง เกิดจากในตอนกลางคืน พื้นดินจะคายความร้อนหรือแผ่รังสีออกได้มากเป็นเหตุให้พื้นดินเย็นลง อากาศในชั้นล่างที่อยู่ติดพิ้นดินจะเย็นลงด้วย จนมีอุณหภูมิเท่ากับจุดน้ำค้าง ทำให้ไอน้ำในอากาศที่อยู่ใกล้พื้นดินกลั่นตัวเกิดเป็นหมอก<br />
<br />
               <span style="font-weight: bold;">1.2  หมอกที่เกิดจากการพาความร้อนในแนวนอน (Advection fog)</span> หมอกที่เกิดขึ้นในชั้นต่ำ ๆ ของมวลอากาศชื้นซึ่งเคลื่อนที่ไปบนผิวพื้นที่เย็นกว่าจนทำให้อุณหภูมิของอากาศข้างล่างลดลงต่ำกว่าอุณหภูมิจุดน้ำค้าง หมอกชนิดนี้มักเกิดจากอากาศชื้นเคลื่อนที่ไปบนผิวพื่นน้ำที่เย็นจัด (เช่น หมอกทะเล - sea fog)<br />
<br />
               <span style="font-weight: bold;">1.3  หมอกลาดเนินเขา (Up-slope fog)</span> หมอกที่เกิดตามลาดเนินเขาด้านรับลม เนื่องจากอากาศยกตัวสูงขึ้นตามลาดเขาทำให้เกิดการขยายตัวแบบแอเดียแบติค (adiabatic expansion) แล้วเย็นลงจนถึงอุณหภูมิจุดน้ำค้างจนไอน้ำกลั่นตัวกลายเป็นหมอก<br />
<br />
             <span style="color: #FF0000;"><span style="font-weight: bold;">2. หมอกที่เกิดจากการระเหย (Evaporation fog)</span></span> หมอกซึ่งเกิดขึ้นโดยการระเหยอย่างรวดเร็วของน้ำจากผิวหน้าน้ำที่อุ่นและกระจายเข้าไปในมวลอากาศเย็นและมีเสถียรภาพคือมีการทรงตัวดี ทำให้มวลอากาศเย็นนั้นอิ่มตัวและเกิดเป็นหมอก ซึ่งแบ่งได้ดังนี้<br />
<br />
             <span style="font-weight: bold;">2.1  หมอกในแนวปะทะอากาศ (Frontal fog)</span> หมอกซึ่งเกิดขึ้นในบริเวณแนวปะทะอากาศ โดยทั่วไป แบ่งออกเป็น 3 ชนิด คือ หมอกซึ่งเกิดก่อนแนวปะทะอากาศอุ่น (warm - front pre - frontal fog) หมอกซึ่งเกิดตามหลังแนวปะทะอากาศเย็น (cold - front post - frontal fog) และหมอกซึ่งเกิดขณะแนวปะทะอากาศเคลื่อนผ่าน (frontal - passage fog)<br />
<br />
             <span style="font-weight: bold;">2.2  หมอกไอน้ำ (Steam fog)</span> หมอกที่เกิดจากการระเหย คือเมื่อไอน้ำระเหยเข้าไปหรือเพิ่มเข้าไปในอากาศซึ่งเย็นจัดกว่ามากและมีการทรงตัวดี ตัวอย่างเช่น มวลอากาศเคลื่อนผ่านแนวน้ำแข็ง (stretches of ice) ก่อนจะผ่านไปเหนือผิวพื้นทะเลที่อุ่น<br />
<br />
<span style="color: #0000CD;"><span style="font-size: medium;"><span style="font-weight: bold;">การกำจัดหมอก</span></span></span> การกำจัดหรือลดปริมาณหมอกลงในบริเวณพื้นที่จำกัดพื้นที่หนึ่ง โดยการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติหรือโดยการกระทำของมนุษย์ หมอกซึ่งเย็นจัดต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง (Supercooled Fog) สามารถทำให้สลายตัวไปได้โดยการหว่านน้ำแข็งแห้งหรือซิลเวอร์ไอโอไดด์ (dry ice or silver iodide) เข้าไปในหมอก ส่วนหมอกอุ่น (warm fog) สามารถกำจัดได้โดยวิธี FIDO (Fog Investigation Dispersal Operations) เป็นวิธีกำจัดหมอกซึ่งอังกฤษเป็นผู้ค้นคิดขึ้นในระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง โดยเผาน้ำมันเบนซิน (gasoline) หรือเชื้อเพลิงอื่นๆ ให้เป็นแนวไปตามแนวของหมอกนั้น<br />
<br />
<span style="font-size: x-small;">ขอบคุณข้อมูลจาก <a href="http://www.aeromet.tmd.go.th/met/story/show_9.htm" target="_blank">http://www.aeromet.tmd.go.th/met/story/show_9.htm</a></span>]]></content:encoded>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[รับสมัครวิศวกรเครื่องกล 1 ตำแหน่ง Offshore work]]></title>
			<link>http://www.mesutstudent.com/board/showthread.php?tid=1245</link>
			<pubDate>Thu, 23 Feb 2012 09:17:42 +0000</pubDate>
			<guid isPermaLink="false">http://www.mesutstudent.com/board/showthread.php?tid=1245</guid>
			<description><![CDATA[รับสมัครวิศวกรเครื่องกล 1 ตำแหน่ง (Offshore work)<br />
ทำงานงานด้าน Vibration Pulsation analysis <br />
ทำงานในทะเลอ่าวไทย (Offshore work)<br />
<br />
คุณสมบัติผู้สมัคร<br />
1. วุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรี วิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมเครื่องกล <br />
2. สามารถใช้โปรแกรม solid work ได้ <br />
3. รู้จักการแก้ปัญหางานเฉพาะหน้าได้ดี<br />
4. สามารถปฏิบัติงานในภาคสนามได้<br />
5. มีความซื่อสัตย์ ขยัน และอดทน<br />
<br />
<br />
สนใจ ส่งประวัติมาที่ wallopj@prompt-solution.com <br />
โทร.085 060 9668<br />
ด่วนครับ ขอบคุณครับ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[รับสมัครวิศวกรเครื่องกล 1 ตำแหน่ง (Offshore work)<br />
ทำงานงานด้าน Vibration Pulsation analysis <br />
ทำงานในทะเลอ่าวไทย (Offshore work)<br />
<br />
คุณสมบัติผู้สมัคร<br />
1. วุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรี วิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมเครื่องกล <br />
2. สามารถใช้โปรแกรม solid work ได้ <br />
3. รู้จักการแก้ปัญหางานเฉพาะหน้าได้ดี<br />
4. สามารถปฏิบัติงานในภาคสนามได้<br />
5. มีความซื่อสัตย์ ขยัน และอดทน<br />
<br />
<br />
สนใจ ส่งประวัติมาที่ wallopj@prompt-solution.com <br />
โทร.085 060 9668<br />
ด่วนครับ ขอบคุณครับ]]></content:encoded>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[ความรู้เรื่องภาษี การหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา]]></title>
			<link>http://www.mesutstudent.com/board/showthread.php?tid=1243</link>
			<pubDate>Thu, 09 Feb 2012 16:27:28 +0000</pubDate>
			<guid isPermaLink="false">http://www.mesutstudent.com/board/showthread.php?tid=1243</guid>
			<description><![CDATA[<!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><img src="images/attachtypes/jpg.gif" border="0" alt=".jpg" />&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=896" target="_blank">tax-knowledge.jpg</a> (ขนาด: 9.17 KB / ดาวน์โหลด: 99)
<!-- end: postbit_attachments_attachment --><br />
คิดว่าช่วงนี้คงเป็นช่วงที่บุคคลธรรมดาที่มีเงินได้ (นิดหน่อย) จะต้องถึงช่วงยื่นแบบเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ซึ่งก็คงมีหลายๆ คนที่สงสัยว่าตัวเองสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีข้อไหนได้บ้าง เช่น เลี้ยงดูพ่อแม่ เลี้ยงดูภรรยา สามี มีลูก ส่งลูกเรียน และอีกหลายอย่างเล่าไม่หมด ผมจึงไปค้นหาข้อมูลมาเจอความรู้เรื่องภาษีดีๆ เลยเอามาฝากกันครับ <img src="images/smilies/biggrin.gif" style="vertical-align: middle;" border="0" alt="" title="" /><br />
<br />
<span style="color: #0000CD;"><span style="font-weight: bold;">ผู้มีเงินได้มีสิทธิหักลดหย่อนอะไรได้บ้าง?</span></span>[/color]<br />
<br />
<span style="color: #0000CD;"><span style="font-weight: bold;">การหักลดหย่อน</span></span> หมายถึง รายการต่างๆ ที่กฎหมายได้กำหนดให้หักได้เพิ่มขึ้นหลังจากได้หักค่าใช้จ่ายแล้ว เพื่อเป็นการบรรเทาภาระภาษีให้แก่ผู้เสียภาษีก่อนนำเงินได้ที่เหลือซึ่งเรียกว่าเงินได้สุทธิไปคำนวณภาษีตามบัญชีอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา รายการหักลดหย่อนกรณีต่าง ๆ มีดังต่อไปนี้ <br />
<br />
<span style="color: #0000CD;"><span style="font-weight: bold;">1. การหักลดหย่อนในกรณีทั่วไป</span></span><br />
<br />
    <span style="color: #0000CD;"><span style="font-weight: bold;">1.1 ผู้มีเงินได้ 30,000 บาท</span></span> (ไม่ว่าจะอยู่ในประเทศไทยถึง 180 วัน หรือไม่ก็ตาม)<br />
<br />
    <span style="color: #0000CD;"><span style="font-weight: bold;">1.2 สามีหรือภริยาของผู้มีเงินได้ 30,000 บาท</span></span> <br />
      (1) สามีหรือภริยาของผู้มีเงินได้ที่มีสิทธิหักลดหย่อน จะต้องเป็นสามีหรือภริยาชอบด้วยกฎหมาย การสมรส ไม่ครบปีภาษีก็มีสิทธิหักลดหย่อนได้ เช่น จดทะเบียนสมรสระหว่างปีภาษี หรือตายในระหว่างปีภาษี ก็มีสิทธิหักลดหย่อนได้ 30,000 บาท <br />
      (2) สามีหรือภริยาของผู้มีเงินได้ที่จะนำมาหักลดหย่อนจะต้องไม่มีเงินได้พึงประเมินหรือมีแต่ไม่ได้แยกคำนวณภาษี ตัวอย่าง สามีภริยาแต่งงานครบปีภาษีและต่างฝ่ายต่างมีเงินได้ประเภทที่ 1 กรณีดังกล่าว ภริยาสามารถแยกคำนวณภาษีต่างหากจากสามีได้โดยชอบ ทั้งสามีภริยาจึงไม่มีสิทธินำคู่สมรสมาหักลดหย่อนได้ แต่หากภริยามีเงินได้ประเภทอื่น (2-8) ให้สามีนำเงินได้ของภริยามารวมคำนวณและมีสิทธินำคู่สมรสมาหัก ลดหย่อนได้<br />
<br />
    <span style="color: #0000CD;"><span style="font-weight: bold;">1.3 การหักลดหย่อนบุตร ให้หักสำหรับบุตรชอบด้วยกฎหมาย</span></span> หรือบุตรบุญธรรมของผู้มี เงินได้ รวมทั้งบุตรชอบด้วยกฎหมายของสามีหรือภริยาของผู้มีเงินได้ด้วย<br />
<br />
      โดยมีเงื่อนไขว่าบุตรที่เกิด <span style="color: #0000CD;"><span style="font-weight: bold;">ก่อนหรือ ในพ.ศ.2522</span></span> หรือที่ได้รับเป็นบุตรบุญธรรม ก่อน พ.ศ. 2522 <span style="color: #0000CD;"><span style="font-weight: bold;">คนละ 15,000 บาท</span></span> บุตรที่เกิด <span style="color: #0000CD;"><span style="font-weight: bold;">หลัง พ.ศ.2522</span></span> หรือที่ได้รับเป็นบุตรบุญธรรมในหรือหลัง พ.ศ. 2522 <span style="color: #0000CD;"><span style="font-weight: bold;">คนละ 15,000 บาท</span></span> แต่รวมกันต้องไม่เกิน 3 คน<br />
      การนับจำนวนบุตรให้นับเฉพาะ บุตรที่มีชีวิตอยู่ตามลำดับอายุสูงสุดของบุตร โดยให้นับรวมทั้งบุตร ที่ไม่อยู่ในเกณฑ์ได้รับการหักลดหย่อนด้วย<br />
      การหักลดหย่อนสำหรับบุตร ให้หักได้เฉพาะบุตรซึ่งมี<span style="color: #0000CD;"><span style="font-weight: bold;">อายุไม่เกิน 25 ปี</span></span> และ<span style="color: #0000CD;"><span style="font-weight: bold;">ยังศึกษาอยู่ ในมหาวิทยาลัยหรือชั้นอุดมศึกษาเฉพาะภายในประเทศให้ลดหย่อนเพื่อการศึกษาได้อีกคนละ 2,000 บาท</span></span> หรือเป็น ผู้เยาว์ หรือศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถอันอยู่ในความอุปการะเลี้ยงดู แต่มิให้ หักลดหย่อนสำหรับบุตรดังกล่าวที่มีเงินได้พึงประเมินในปีภาษีที่ล่วงมาแล้วตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไป โดยเงินได้ ดังกล่าวต้องไม่ใช่เงินได้ที่ได้รับยกเว้นตามมาตรา 42 ให้ไม่ต้องรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้<br />
      การหักลดหย่อนสำหรับบุตรดังกล่าว ให้หักได้ <span style="color: #0000CD;"><span style="font-weight: bold;">ตลอดปีภาษี</span></span> ไม่ว่ากรณีจะหักได้นั้นจะมีอยู่ตลอดปีภาษีหรือไม่ และในกรณีบุตรบุญธรรมนั้นให้หักลดหย่อนในฐานะบุตรบุญธรรมได้ในฐานะเดียว<br />
<br />
    <span style="color: #0000CD;"><span style="font-weight: bold;">1.4 เบี้ยประกันภัย</span></span>  ที่ผู้มีเงินได้จ่ายไปในปีภาษี สำหรับการประกันชีวิตของผู้มีเงินได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง <span style="color: #0000CD;"><span style="font-weight: bold;">โดยส่วนแรกหักได้ 10,000 บาท ส่วนที่เกิน 10,000 บาท หักได้ไม่เกินเงินได้หลังจากหักค่าใช้จ่าย แต่ไม่เกิน 90,000 บาท</span></span> ทั้งนี้ เฉพาะในกรณีที่กรมธรรม์ประกันชีวิตมี<span style="color: #0000CD;"><span style="font-weight: bold;">กำหนดเวลาตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป</span></span> และการประกันชีวิตนั้นได้เอาประกันไว้กับผู้รับประกันภัยที่ประกอบกิจการประกันชีวิตในราชอาณาจักร<br />
       ในกรณีสามีหรือภริยาของผู้มีเงินได้มีการประกันชีวิตและความเป็นสามีภริยาได้มีอยู่ตลอดปีภาษีให้หักลดหย่อนได้ด้วยสำหรับเบี้ยประกันที่จ่ายสำหรับการประกันชีวิตของสามีหรือภริยานั้นตามเกณฑ์ข้างต้น <br />
        การฝากเงินออมสินประเภทสงเคราะห์ชีวิตและครอบครัว ก็อยู่ในข่ายที่จะขอหักลดหย่อนตามเกณฑ์นี้ได้ด้วย<br />
<br />
    <span style="color: #0000CD;"><span style="font-weight: bold;">1.5 เงินสะสม</span></span> ที่จ่ายเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หักลดหย่อนได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง <span style="color: #0000CD;"><span style="font-weight: bold;">แต่ไม่เกิน 10,000 บาท ส่วนที่เกิน 10,000 บาท แต่ไม่เกิน 490,000 บาท</span></span> เป็นเงินที่ได้รับยกเว้นภาษี โดยนำจำนวนเงินส่วนที่เกินดังกล่าวหักจากเงินได้พึงประเมิน ก่อนหักค่าใช้จ่ายตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 490,000 บาท <br />
      ค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ หักได้ไม่เกินร้อยละ 15 ของเงินได้ และเมื่อรวมกับเงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพและกองทุน กบข. (ถ้ามี) <span style="color: #0000CD;"><span style="font-weight: bold;">แล้วไม่เกิน 500,000 บาท</span></span> โดยต้องจ่ายเป็นค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ที่จะได้รับยกเว้นไม่ต้องรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนด <br />
      ค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว ในอัตราไม่เกินร้อยละ 15 ของเงินได้เฉพาะส่วนที่ไม่เกิน 500,000 บาท<br />
<br />
    <span style="color: #0000CD;"><span style="font-weight: bold;">1.6 ดอกเบี้ยเงินกู้ยืม</span></span> จากการกู้ยืมเงินเพื่อซื้อ เช่าซื้อ หรือสร้างอาคารอยู่อาศัย โดยจำนองอาคารที่ซื้อหรือสร้างเป็นประกันการกู้ยืมนั้น ตามจำนวนเงินที่ได้จ่ายไปจริง<span style="color: #0000CD;"><span style="font-weight: bold;">แต่ไม่เกิน 100,000 บาท</span></span> ทั้งนี้ เฉพาะดอกเบี้ยเงินกู้ยืมที่ได้จ่ายตั้งแต่ 1 มกราคม พ.ศ.2550 เป็นต้นไป โดยต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการดังนี้<br />
      (1) เป็นดอกเบี้ยเงินกู้ยืม สำหรับการกู้ยืมจากผู้ประกอบกิจการในราชอาณาจักรเฉพาะที่กำหนดไว้ ได้แก่ ธนาคาร บริษัทตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ บริษัทประกันชีวิต สหกรณ์ นายจ้างซึ่งมีระเบียบเกี่ยวกับเงินกองทุนที่จัดสรรไว้เพื่อสวัสดิการแก่ลูกจ้าง บรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัยตามกฎหมายว่าด้วยบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์เพื่อแก้ไขปัญหาในระบบสถาบันการเงินที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ กองทุนรวมเพื่อแก้ไขปัญหาในระบบสถาบันการเงินที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ นิติบุคคลเฉพาะกิจที่จัดตั้งขึ้นเพื่อแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ที่เขารับช่วงสิทธิ์เป็นเจ้าหนี้เงินกู้แทนกองทุนรวมดังกล่าว กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการตามกฎหมาย ว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ<br />
      (2) เป็นดอกเบี้ยเงินกู้ยืมตามสัญญากู้ยืมเงินเพื่อซื้อ เช่าซื้ออาคารพร้อมที่ดิน หรือห้องชุดในอาคารชุด หรือเพื่อสร้างอาคารใช้อยู่อาศัยบนที่ดินของตนเองหรือบนที่ดินที่ตนเองมีสิทธิครอบครอง<br />
      (3) ต้องจำนองอาคารหรือห้องชุดในอาคารชุด หรืออาคารพร้อมที่ดิน เป็นประกันการกู้ยืมเงินนั้น โดยมีระยะเวลาจำนองตามระยะเวลาการกู้ยืม<br />
      (4) ต้องใช้อาคารหรือห้องชุดในอาคารชุดตาม(3)นั้นเป็นที่อยู่อาศัยในปีที่ได้รับยกเว้นภาษี แต่ไม่รวมถึงกรณีลูกจ้าง ซึ่งถูกนายจ้างสั่งให้ไปปฏิบัติงานของนายจ้าง ณ ต่างถิ่นเป็นประจำหรือกรณีอาคารหรือห้องชุดดังกล่าวเกิดอัคคีภัย ภัยธรรมชาติ หรือภัยอันเกิดจากเหตุอื่น ทั้งนี้ เฉพาะที่มิใช่ความผิดของผู้มีเงินได้จนไม่อาจใช้อาคารหรือห้องชุดนั้นอยู่อาศัยได้<br />
      (5) กรณีผู้มีเงินได้มีอาคารหรือห้องชุดในอาคารชุดตาม (3) เป็นที่อยู่อาศัยในปีที่ขอหักลดหย่อนเกินกว่า 1 แห่ง ให้หักลดหย่อนได้ทุกแห่ง สำหรับอาคารหรือห้องชุดในอาคารชุดตาม (3)<br />
      (6) ให้หักลดหย่อนได้ตลอดปีภาษี ไม่ว่ากรณีที่จะหักลดหย่อนได้นั้นจะมีอยู่ตลอดปีภาษีหรือไม่<br />
      (7) กรณีผู้มีเงินได้หลายคนร่วมกันกู้ยืม ให้หักลดหย่อนได้ทุกคนโดยเฉลี่ยค่าลดหย่อนตามส่วนจำนวนผู้มีเงินได้ แต่รวมกันต้องไม่เกินจำนวนที่จ่ายจริง และไม่เกิน 100,000 บาท <br />
      (8) กรณีสามีภริยาร่วมกันกู้ยืมโดยสามีหรือภริยามีเงินได้ฝ่ายเดียวให้หักลดหย่อนสำหรับผู้มีเงินได้เต็มจำนวนตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาท <br />
      (9) กรณีผู้มีเงินได้ซึ่งมีสิทธิหักลดหย่อนอยู่ก่อนแล้ว ต่อมาได้สมรสกัน ให้ยังคงหักลดหย่อนได้ดังนี้<br />
<br />
            (ก) ถ้าความเป็นสามีภริยา <span style="color: #0000CD;"><span style="font-weight: bold;">มิได้มีอยู่ตลอดปีภาษี</span></span>ที่ขอหักลดหย่อน ให้ต่างฝ่ายต่างหักลดหย่อนได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาท <br />
            (ข) ถ้าความเป็นสามีภริยาได้ <span style="color: #0000CD;"><span style="font-weight: bold;">มีอยู่ตลอดปีภาษี</span></span>ที่ขอหักลดหย่อน และสามีภริยายื่นรายการโดยรวมคำนวณภาษี ให้หักลดหย่อนรวมกันตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาท <br />
            (ค) ถ้าความเป็นสามีภริยาได้ <span style="color: #0000CD;"><span style="font-weight: bold;">มีอยู่ตลอดปีภาษี</span></span>ที่ขอหักลดหย่อน และภริยายื่นรายการโดยแยกคำนวณภาษี ให้สามีและภริยาต่างฝ่ายต่างหักลดหย่อนได้กึ่งหนึ่ของจำนวนที่จ่ายจริง แต่รวมกันไม่เกิน 100,000 บาท<br />
      (10) กรณีมีการแปลงหนี้ใหม่ด้วยการเปลี่ยนตัวเจ้าหนี้เงินกู้ยืมระหว่างผู้ให้กู้ตาม (1) ให้ยังคงหักลดหย่อนได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาท <br />
      ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมดังกล่าวข้างต้น ให้หมายความรวมถึง ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมเพื่อชำระหนี้เงินกู้ยืมเพื่อซื้อ เช่าซื้อ หรือสร้างอาคารอยู่อาศัย หรือห้องชุดด้วย ทั้งนี้ เฉพาะดอกเบี้ยสำหรับเงินกู้ยืมเพื่อชำระหนี้ส่วนที่ไม่เกินกว่าหนี้ที่ค้างชำระนั้น <br />
      ผู้มีเงินได้ต้องมีหนังสือรับรองตามแบบที่อธิบดีกำหนด จากผู้ให้ให้กู้ยืม เพื่อเป็นหลักฐานว่าได้มีการจ่ายดอกเบี้ยสำหรับการกู้ยืมเงินเพื่อดำเนินการดังกล่าวนั้นด้วย<br />
<br />
    <span style="color: #0000CD;"><span style="font-weight: bold;">1.7 เงินสมทบ</span></span> ที่ผู้ประกันตนจ่ายเข้ากองทุนประกันสังคม ตามกฎหมายว่าด้วยการ ประกันสังคมตามจำนวนที่จ่ายจริง ในกรณีสามีหรือภริยาของผู้มีเงินได้ ซึ่งเป็นผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม ข้างต้นและความเป็นสามีภริยาได้มีอยู่ตลอดปีภาษี ให้หักลดหย่อนได้ด้วย สำหรับเงินสมทบของสามีหรือภริยาที่จ่ายเข้ากองทุนประกันสังคมดังกล่าวตามเกณฑ์ข้างต้น<br />
<br />
    <span style="color: #0000CD;"><span style="font-weight: bold;">1.8 ค่าลดหย่อนบิดามารดา</span></span> กรณีผู้มีเงินได้และคู่สมรสที่มีเงินได้รวมคำนวณภาษี หรือคู่สมรสไม่มีเงินได้ <span style="color: #0000CD;"><span style="font-weight: bold;">อุปการะเลี้ยงดูบิดามารดาที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป</span></span> ซึ่งมีรายได้ไม่เพียงพอต่อการเลี้ยงชีพ ผู้มีเงินได้และ คู่สมรสมีสิทธิหักลดหย่อนค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดาได้คนละ 30,000 บาท ทั้งนี้ บิดาหรือมารดาของผู้มีเงินได้หรือคู่สมรส จะต้อง<span style="color: #0000CD;"><span style="font-weight: bold;">ออกหนังสือรับรองว่าบุตรคนใดคนหนึ่งเป็นผู้อุปการะเลี้ยงดูเพียงคนเดียว</span></span><br />
<br />
<br />
    <span style="color: #0000CD;"><span style="font-weight: bold;">1.9 ค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา สามีหรือภริยา บุตรชอบด้วยกฎหมายหรือบุตรบุญธรรม</span></span>ของผู้มีเงินได้ บิดามารดาหรือบุตรชอบด้วยกฎหมายของสามีหรือภริยาของผู้มีเงินได้หรือบุคคลอื่นที่ผู้มีเงินได้ เป็นผู้ดูแลตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ คนละ 60,000 บาท <span style="color: #0000CD;"><span style="font-weight: bold;">โดยบุคคลดังกล่าวต้องเป็นคนพิการซึ่งมีบัตรประจำตัวคนพิการตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริม และพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ หรือเป็นคนทุพพลภาพ มีรายได้ไม่เพียงพอแก่การยังชีพ และอยู่ในความอุปการะเลี้ยงดูของผู้มีเงินได้</span></span> ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข รวมทั้งจำนวนคนพิการ และทุกพลพลภาพในความอุปการะเลี้ยงดูของผู้มีเงินได้ที่อธิบดีประกาศกำหนด <br />
การหักลดหย่อนสำหรับบุตรบุญธรรม ให้หักได้ในฐานะบุตรบุญธรรมเพียงฐานะเดียว<br />
ทั้งนี้ให้หักลดหย่อนสำหรับเงินได้พึงประเมินประจำปี พ.ศ.2552 ที่จะต้องยื่นรายการในปี พ.ศ. 2553 เป็นต้นไป<br />
    <span style="color: #0000CD;"><span style="font-weight: bold;">1.10 เงินสนับสนุนเพื่อการศึกษา</span></span>  ได้แก่ เงินที่จ่ายเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อสนับสนุนการศึกษา <span style="color: #0000CD;"><span style="font-weight: bold;">มีสิทธิหักลดหย่อนได้ 2 เท่าของจำนวนเงินที่ได้จ่ายไปจริง แต่ไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินคงเหลือหลังจากหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนอื่น ๆ</span></span> แล้ว<br />
<br />
<br />
    <span style="color: #0000CD;"><span style="font-weight: bold;">1.11 เงินบริจาค</span></span>  เมื่อหักลดหย่อนต่าง ๆ หมดแล้ว เหลือเท่าใดให้หักลดหย่อนได้อีกสำหรับ <span style="color: #0000CD;"><span style="font-weight: bold;">เงินบริจาค</span></span> เงินบริจาคที่หักค่าลดหย่อนได้นั้นผู้มีเงินได้ต้องบริจาคเป็นเงินให้แก่การกุศลสาธารณะ โดยหักได้ เท่าจำนวนเงินที่จ่ายจริงแต่ต้องไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินได้หลังจากหักค่าใช้จ่ายและหักค่าลดหย่อนต่าง ๆ ข้างต้นแล้ว<br />
<span style="color: #0000CD;"><span style="font-weight: bold;">การบริจาค</span></span> ได้แก่<br />
(1) การบริจาคเงินให้แก่วัดวาอาราม สภากาชาดไทย สถานพยาบาล และสถานศึกษาของทางราชการ หรือองค์การของรัฐบาล สถานศึกษาเอกชน สถานสาธารณกุศล และกองทุนสวัสดิการภายในส่วนราชการ <span style="font-style: italic;">(ต้องเป็นองค์การสถานสาธารณกุศลตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา)</span> <br />
(2) การบริจาคเงินให้แก่คณะกรรมการอำนวยการจัดสร้างสวนสาธารณะเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เนื่องในวโรกาสพระชนมายุครบ 80 พรรษา<br />
(3) การบริจาคเงินให้แก่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีในโครงการปลูกป่าเทิดพระเกียรติเฉลิมฉลองพระชนมายุครบ 90 พรรษา<br />
(4) การบริจาคเงินให้แก่กองทัพอากาศในโครงการก่อสร้างพระมหาธาตุเจดีย์นภพลภูมิสิริฯ<br />
(5) การบริจาคเงินให้แก่กองทุนเพื่อโครงการอาหารกลางวันในโรงเรียนประถมศึกษา<br />
(6) การบริจาคเงินให้แก่กองทุนปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสทรงครองราชย์ปีที่ 50<br />
(7) การบริจาคเงินให้แก่โครงการอาคารเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสทรงครองสิริราชย์สมบัติครบ 50 ปี ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา<br />
(8) การบริจาคเงินให้แก่โครงการสืบสานพระราชปณิธาน “กาญจนาภิเษก”<br />
(9) การบริจาคเงินให้แก่โครงการร้อยใจช่วยเยาวชนไทยในภาวะวิกฤต<br />
(10) การบริจาคเงินให้แก่โครงการโพธิ์ทองของชาวไทย<br />
(11) การบริจาคเงินให้แก่โครงการปลูกป่าชายเลนถาวรเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถในวโรกาสทรงพระชนม์มายุ 72 พรรษา<br />
(12) การบริจาคเงินให้แก่ส่วนราชการที่จัดขึ้นตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี<br />
(13) การบริจาคเงินให้แก่กองทุนฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ กองทุนส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม กองทุนคุ้มครองเด็ก และกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ<br />
(14) การบริจาคเงินเพื่อการกีฬา ให้แก่การกีฬาแห่งประเทศไทยเพื่อส่งเสริมการกีฬา คณะกรรมการกีฬาจังหวัดที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยการกีฬาแห่งประเทศไทย เพื่อส่งเสริมกีฬาในจังหวัด สำนักงานพัฒนาการกีฬาและนันทนาการเพื่อการจัดการแข่งขันกีฬานักเรียน หรือสมาคมกีฬาสมัครเล่น<br />
(15) การบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย อัคคีภัย หรือภัยธรรมชาติอื่นที่เกิดขึ้นในประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2554 เป็นต้นไป โดยมีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นเป็นตัวแทนรับเงิน ทั้งนี้ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด <br />
<br />
<span style="color: #0000CD;"><span style="font-weight: bold;">2. การหักลดหย่อนในกรณีสามีภริยาต่างฝ่ายต่างมีเงินได้</span></span> ถ้าความเป็นสามีภริยาได้มีอยู่ตลอดปีภาษี การหักลดหย่อนผู้มีเงินได้และสามีหรือภริยาของผู้มีเงินได้ให้หักลดหย่อนรวมกันได้ 60,000 บาท แต่ถ้าความเป็นสามีหรือภริยามิได้มีอยู่ตลอดปีภาษี หรือภริยาแยกคำนวณเงินได้พึงประเมินประเภทที่ 1 ต่างหากจากสามี ให้ต่างฝ่ายต่างหักลดหย่อนได้ 30,000 บาท และสำหรับการหักลดหย่อนบุตรและค่าลดหย่อนดอกเบี้ยเงินกู้อื่น ๆ ให้ต่างฝ่ายต่างหักได้กึ่งหนึ่งตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในแต่ละกรณีเฉพาะในปีภาษีนั้น<br />
<br />
<span style="color: #0000CD;"><span style="font-weight: bold;">3. การหักลดหย่อนในกรณีผู้มีเงินได้มิได้เป็นผู้อยู่ในประเทศไทย</span></span> การหักลดหย่อนผู้มีเงินได้และสามีหรือภริยาของผู้มีเงินได้ บุตร และการศึกษาของบุตรของผู้มีเงินได้<br />
<br />
<span style="color: #0000CD;"><span style="font-weight: bold;">4. การหักลดหย่อนในกรณีผู้มีเงินได้ถึงแก่ความตายในระหว่างปีภาษี</span></span> ให้หักลดหย่อนได้เสมือนผู้ตายมีชีวิตอยู่ตลอดปีภาษีที่ผู้นั้นถึงแก่ความตาย<br />
<br />
<span style="color: #0000CD;"><span style="font-weight: bold;">5. การหักลดหย่อนในกรณีผู้มีเงินได้เป็นกองมรดกที่ยังไม่ได้แบ่ง</span></span> ให้หักลดหย่อนสำหรับผู้มีเงินได้30,000 บาท<br />
<br />
<span style="color: #0000CD;"><span style="font-weight: bold;">6. การหักลดหย่อนในกรณีผู้มีเงินได้เป็นห้างหุ้นส่วนสามัญ หรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล</span></span> ให้หัก ลดหย่อนสำหรับผู้มีเงินได้แก่ผู้เป็นหุ้นส่วนหรือบุคคลในคณะบุคคลแต่ละคนที่อยู่ในประเทศไทยคนละ 30,000 บาท แต่รวมกันต้องไม่เกิน 60,000 บาท<br />
<br />
<span style="font-size: x-small;">ที่มา: <a href="http://www.rd.go.th/publish/557.0.html" target="_blank">http://www.rd.go.th/publish/557.0.html</a></span>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><img src="images/attachtypes/jpg.gif" border="0" alt=".jpg" />&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=896" target="_blank">tax-knowledge.jpg</a> (ขนาด: 9.17 KB / ดาวน์โหลด: 99)
<!-- end: postbit_attachments_attachment --><br />
คิดว่าช่วงนี้คงเป็นช่วงที่บุคคลธรรมดาที่มีเงินได้ (นิดหน่อย) จะต้องถึงช่วงยื่นแบบเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ซึ่งก็คงมีหลายๆ คนที่สงสัยว่าตัวเองสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีข้อไหนได้บ้าง เช่น เลี้ยงดูพ่อแม่ เลี้ยงดูภรรยา สามี มีลูก ส่งลูกเรียน และอีกหลายอย่างเล่าไม่หมด ผมจึงไปค้นหาข้อมูลมาเจอความรู้เรื่องภาษีดีๆ เลยเอามาฝากกันครับ <img src="images/smilies/biggrin.gif" style="vertical-align: middle;" border="0" alt="" title="" /><br />
<br />
<span style="color: #0000CD;"><span style="font-weight: bold;">ผู้มีเงินได้มีสิทธิหักลดหย่อนอะไรได้บ้าง?</span></span>[/color]<br />
<br />
<span style="color: #0000CD;"><span style="font-weight: bold;">การหักลดหย่อน</span></span> หมายถึง รายการต่างๆ ที่กฎหมายได้กำหนดให้หักได้เพิ่มขึ้นหลังจากได้หักค่าใช้จ่ายแล้ว เพื่อเป็นการบรรเทาภาระภาษีให้แก่ผู้เสียภาษีก่อนนำเงินได้ที่เหลือซึ่งเรียกว่าเงินได้สุทธิไปคำนวณภาษีตามบัญชีอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา รายการหักลดหย่อนกรณีต่าง ๆ มีดังต่อไปนี้ <br />
<br />
<span style="color: #0000CD;"><span style="font-weight: bold;">1. การหักลดหย่อนในกรณีทั่วไป</span></span><br />
<br />
    <span style="color: #0000CD;"><span style="font-weight: bold;">1.1 ผู้มีเงินได้ 30,000 บาท</span></span> (ไม่ว่าจะอยู่ในประเทศไทยถึง 180 วัน หรือไม่ก็ตาม)<br />
<br />
    <span style="color: #0000CD;"><span style="font-weight: bold;">1.2 สามีหรือภริยาของผู้มีเงินได้ 30,000 บาท</span></span> <br />
      (1) สามีหรือภริยาของผู้มีเงินได้ที่มีสิทธิหักลดหย่อน จะต้องเป็นสามีหรือภริยาชอบด้วยกฎหมาย การสมรส ไม่ครบปีภาษีก็มีสิทธิหักลดหย่อนได้ เช่น จดทะเบียนสมรสระหว่างปีภาษี หรือตายในระหว่างปีภาษี ก็มีสิทธิหักลดหย่อนได้ 30,000 บาท <br />
      (2) สามีหรือภริยาของผู้มีเงินได้ที่จะนำมาหักลดหย่อนจะต้องไม่มีเงินได้พึงประเมินหรือมีแต่ไม่ได้แยกคำนวณภาษี ตัวอย่าง สามีภริยาแต่งงานครบปีภาษีและต่างฝ่ายต่างมีเงินได้ประเภทที่ 1 กรณีดังกล่าว ภริยาสามารถแยกคำนวณภาษีต่างหากจากสามีได้โดยชอบ ทั้งสามีภริยาจึงไม่มีสิทธินำคู่สมรสมาหักลดหย่อนได้ แต่หากภริยามีเงินได้ประเภทอื่น (2-8) ให้สามีนำเงินได้ของภริยามารวมคำนวณและมีสิทธินำคู่สมรสมาหัก ลดหย่อนได้<br />
<br />
    <span style="color: #0000CD;"><span style="font-weight: bold;">1.3 การหักลดหย่อนบุตร ให้หักสำหรับบุตรชอบด้วยกฎหมาย</span></span> หรือบุตรบุญธรรมของผู้มี เงินได้ รวมทั้งบุตรชอบด้วยกฎหมายของสามีหรือภริยาของผู้มีเงินได้ด้วย<br />
<br />
      โดยมีเงื่อนไขว่าบุตรที่เกิด <span style="color: #0000CD;"><span style="font-weight: bold;">ก่อนหรือ ในพ.ศ.2522</span></span> หรือที่ได้รับเป็นบุตรบุญธรรม ก่อน พ.ศ. 2522 <span style="color: #0000CD;"><span style="font-weight: bold;">คนละ 15,000 บาท</span></span> บุตรที่เกิด <span style="color: #0000CD;"><span style="font-weight: bold;">หลัง พ.ศ.2522</span></span> หรือที่ได้รับเป็นบุตรบุญธรรมในหรือหลัง พ.ศ. 2522 <span style="color: #0000CD;"><span style="font-weight: bold;">คนละ 15,000 บาท</span></span> แต่รวมกันต้องไม่เกิน 3 คน<br />
      การนับจำนวนบุตรให้นับเฉพาะ บุตรที่มีชีวิตอยู่ตามลำดับอายุสูงสุดของบุตร โดยให้นับรวมทั้งบุตร ที่ไม่อยู่ในเกณฑ์ได้รับการหักลดหย่อนด้วย<br />
      การหักลดหย่อนสำหรับบุตร ให้หักได้เฉพาะบุตรซึ่งมี<span style="color: #0000CD;"><span style="font-weight: bold;">อายุไม่เกิน 25 ปี</span></span> และ<span style="color: #0000CD;"><span style="font-weight: bold;">ยังศึกษาอยู่ ในมหาวิทยาลัยหรือชั้นอุดมศึกษาเฉพาะภายในประเทศให้ลดหย่อนเพื่อการศึกษาได้อีกคนละ 2,000 บาท</span></span> หรือเป็น ผู้เยาว์ หรือศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถอันอยู่ในความอุปการะเลี้ยงดู แต่มิให้ หักลดหย่อนสำหรับบุตรดังกล่าวที่มีเงินได้พึงประเมินในปีภาษีที่ล่วงมาแล้วตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไป โดยเงินได้ ดังกล่าวต้องไม่ใช่เงินได้ที่ได้รับยกเว้นตามมาตรา 42 ให้ไม่ต้องรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้<br />
      การหักลดหย่อนสำหรับบุตรดังกล่าว ให้หักได้ <span style="color: #0000CD;"><span style="font-weight: bold;">ตลอดปีภาษี</span></span> ไม่ว่ากรณีจะหักได้นั้นจะมีอยู่ตลอดปีภาษีหรือไม่ และในกรณีบุตรบุญธรรมนั้นให้หักลดหย่อนในฐานะบุตรบุญธรรมได้ในฐานะเดียว<br />
<br />
    <span style="color: #0000CD;"><span style="font-weight: bold;">1.4 เบี้ยประกันภัย</span></span>  ที่ผู้มีเงินได้จ่ายไปในปีภาษี สำหรับการประกันชีวิตของผู้มีเงินได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง <span style="color: #0000CD;"><span style="font-weight: bold;">โดยส่วนแรกหักได้ 10,000 บาท ส่วนที่เกิน 10,000 บาท หักได้ไม่เกินเงินได้หลังจากหักค่าใช้จ่าย แต่ไม่เกิน 90,000 บาท</span></span> ทั้งนี้ เฉพาะในกรณีที่กรมธรรม์ประกันชีวิตมี<span style="color: #0000CD;"><span style="font-weight: bold;">กำหนดเวลาตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป</span></span> และการประกันชีวิตนั้นได้เอาประกันไว้กับผู้รับประกันภัยที่ประกอบกิจการประกันชีวิตในราชอาณาจักร<br />
       ในกรณีสามีหรือภริยาของผู้มีเงินได้มีการประกันชีวิตและความเป็นสามีภริยาได้มีอยู่ตลอดปีภาษีให้หักลดหย่อนได้ด้วยสำหรับเบี้ยประกันที่จ่ายสำหรับการประกันชีวิตของสามีหรือภริยานั้นตามเกณฑ์ข้างต้น <br />
        การฝากเงินออมสินประเภทสงเคราะห์ชีวิตและครอบครัว ก็อยู่ในข่ายที่จะขอหักลดหย่อนตามเกณฑ์นี้ได้ด้วย<br />
<br />
    <span style="color: #0000CD;"><span style="font-weight: bold;">1.5 เงินสะสม</span></span> ที่จ่ายเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หักลดหย่อนได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง <span style="color: #0000CD;"><span style="font-weight: bold;">แต่ไม่เกิน 10,000 บาท ส่วนที่เกิน 10,000 บาท แต่ไม่เกิน 490,000 บาท</span></span> เป็นเงินที่ได้รับยกเว้นภาษี โดยนำจำนวนเงินส่วนที่เกินดังกล่าวหักจากเงินได้พึงประเมิน ก่อนหักค่าใช้จ่ายตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 490,000 บาท <br />
      ค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ หักได้ไม่เกินร้อยละ 15 ของเงินได้ และเมื่อรวมกับเงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพและกองทุน กบข. (ถ้ามี) <span style="color: #0000CD;"><span style="font-weight: bold;">แล้วไม่เกิน 500,000 บาท</span></span> โดยต้องจ่ายเป็นค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ที่จะได้รับยกเว้นไม่ต้องรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนด <br />
      ค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว ในอัตราไม่เกินร้อยละ 15 ของเงินได้เฉพาะส่วนที่ไม่เกิน 500,000 บาท<br />
<br />
    <span style="color: #0000CD;"><span style="font-weight: bold;">1.6 ดอกเบี้ยเงินกู้ยืม</span></span> จากการกู้ยืมเงินเพื่อซื้อ เช่าซื้อ หรือสร้างอาคารอยู่อาศัย โดยจำนองอาคารที่ซื้อหรือสร้างเป็นประกันการกู้ยืมนั้น ตามจำนวนเงินที่ได้จ่ายไปจริง<span style="color: #0000CD;"><span style="font-weight: bold;">แต่ไม่เกิน 100,000 บาท</span></span> ทั้งนี้ เฉพาะดอกเบี้ยเงินกู้ยืมที่ได้จ่ายตั้งแต่ 1 มกราคม พ.ศ.2550 เป็นต้นไป โดยต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการดังนี้<br />
      (1) เป็นดอกเบี้ยเงินกู้ยืม สำหรับการกู้ยืมจากผู้ประกอบกิจการในราชอาณาจักรเฉพาะที่กำหนดไว้ ได้แก่ ธนาคาร บริษัทตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ บริษัทประกันชีวิต สหกรณ์ นายจ้างซึ่งมีระเบียบเกี่ยวกับเงินกองทุนที่จัดสรรไว้เพื่อสวัสดิการแก่ลูกจ้าง บรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัยตามกฎหมายว่าด้วยบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์เพื่อแก้ไขปัญหาในระบบสถาบันการเงินที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ กองทุนรวมเพื่อแก้ไขปัญหาในระบบสถาบันการเงินที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ นิติบุคคลเฉพาะกิจที่จัดตั้งขึ้นเพื่อแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ที่เขารับช่วงสิทธิ์เป็นเจ้าหนี้เงินกู้แทนกองทุนรวมดังกล่าว กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการตามกฎหมาย ว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ<br />
      (2) เป็นดอกเบี้ยเงินกู้ยืมตามสัญญากู้ยืมเงินเพื่อซื้อ เช่าซื้ออาคารพร้อมที่ดิน หรือห้องชุดในอาคารชุด หรือเพื่อสร้างอาคารใช้อยู่อาศัยบนที่ดินของตนเองหรือบนที่ดินที่ตนเองมีสิทธิครอบครอง<br />
      (3) ต้องจำนองอาคารหรือห้องชุดในอาคารชุด หรืออาคารพร้อมที่ดิน เป็นประกันการกู้ยืมเงินนั้น โดยมีระยะเวลาจำนองตามระยะเวลาการกู้ยืม<br />
      (4) ต้องใช้อาคารหรือห้องชุดในอาคารชุดตาม(3)นั้นเป็นที่อยู่อาศัยในปีที่ได้รับยกเว้นภาษี แต่ไม่รวมถึงกรณีลูกจ้าง ซึ่งถูกนายจ้างสั่งให้ไปปฏิบัติงานของนายจ้าง ณ ต่างถิ่นเป็นประจำหรือกรณีอาคารหรือห้องชุดดังกล่าวเกิดอัคคีภัย ภัยธรรมชาติ หรือภัยอันเกิดจากเหตุอื่น ทั้งนี้ เฉพาะที่มิใช่ความผิดของผู้มีเงินได้จนไม่อาจใช้อาคารหรือห้องชุดนั้นอยู่อาศัยได้<br />
      (5) กรณีผู้มีเงินได้มีอาคารหรือห้องชุดในอาคารชุดตาม (3) เป็นที่อยู่อาศัยในปีที่ขอหักลดหย่อนเกินกว่า 1 แห่ง ให้หักลดหย่อนได้ทุกแห่ง สำหรับอาคารหรือห้องชุดในอาคารชุดตาม (3)<br />
      (6) ให้หักลดหย่อนได้ตลอดปีภาษี ไม่ว่ากรณีที่จะหักลดหย่อนได้นั้นจะมีอยู่ตลอดปีภาษีหรือไม่<br />
      (7) กรณีผู้มีเงินได้หลายคนร่วมกันกู้ยืม ให้หักลดหย่อนได้ทุกคนโดยเฉลี่ยค่าลดหย่อนตามส่วนจำนวนผู้มีเงินได้ แต่รวมกันต้องไม่เกินจำนวนที่จ่ายจริง และไม่เกิน 100,000 บาท <br />
      (8) กรณีสามีภริยาร่วมกันกู้ยืมโดยสามีหรือภริยามีเงินได้ฝ่ายเดียวให้หักลดหย่อนสำหรับผู้มีเงินได้เต็มจำนวนตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาท <br />
      (9) กรณีผู้มีเงินได้ซึ่งมีสิทธิหักลดหย่อนอยู่ก่อนแล้ว ต่อมาได้สมรสกัน ให้ยังคงหักลดหย่อนได้ดังนี้<br />
<br />
            (ก) ถ้าความเป็นสามีภริยา <span style="color: #0000CD;"><span style="font-weight: bold;">มิได้มีอยู่ตลอดปีภาษี</span></span>ที่ขอหักลดหย่อน ให้ต่างฝ่ายต่างหักลดหย่อนได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาท <br />
            (ข) ถ้าความเป็นสามีภริยาได้ <span style="color: #0000CD;"><span style="font-weight: bold;">มีอยู่ตลอดปีภาษี</span></span>ที่ขอหักลดหย่อน และสามีภริยายื่นรายการโดยรวมคำนวณภาษี ให้หักลดหย่อนรวมกันตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาท <br />
            (ค) ถ้าความเป็นสามีภริยาได้ <span style="color: #0000CD;"><span style="font-weight: bold;">มีอยู่ตลอดปีภาษี</span></span>ที่ขอหักลดหย่อน และภริยายื่นรายการโดยแยกคำนวณภาษี ให้สามีและภริยาต่างฝ่ายต่างหักลดหย่อนได้กึ่งหนึ่ของจำนวนที่จ่ายจริง แต่รวมกันไม่เกิน 100,000 บาท<br />
      (10) กรณีมีการแปลงหนี้ใหม่ด้วยการเปลี่ยนตัวเจ้าหนี้เงินกู้ยืมระหว่างผู้ให้กู้ตาม (1) ให้ยังคงหักลดหย่อนได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาท <br />
      ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมดังกล่าวข้างต้น ให้หมายความรวมถึง ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมเพื่อชำระหนี้เงินกู้ยืมเพื่อซื้อ เช่าซื้อ หรือสร้างอาคารอยู่อาศัย หรือห้องชุดด้วย ทั้งนี้ เฉพาะดอกเบี้ยสำหรับเงินกู้ยืมเพื่อชำระหนี้ส่วนที่ไม่เกินกว่าหนี้ที่ค้างชำระนั้น <br />
      ผู้มีเงินได้ต้องมีหนังสือรับรองตามแบบที่อธิบดีกำหนด จากผู้ให้ให้กู้ยืม เพื่อเป็นหลักฐานว่าได้มีการจ่ายดอกเบี้ยสำหรับการกู้ยืมเงินเพื่อดำเนินการดังกล่าวนั้นด้วย<br />
<br />
    <span style="color: #0000CD;"><span style="font-weight: bold;">1.7 เงินสมทบ</span></span> ที่ผู้ประกันตนจ่ายเข้ากองทุนประกันสังคม ตามกฎหมายว่าด้วยการ ประกันสังคมตามจำนวนที่จ่ายจริง ในกรณีสามีหรือภริยาของผู้มีเงินได้ ซึ่งเป็นผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม ข้างต้นและความเป็นสามีภริยาได้มีอยู่ตลอดปีภาษี ให้หักลดหย่อนได้ด้วย สำหรับเงินสมทบของสามีหรือภริยาที่จ่ายเข้ากองทุนประกันสังคมดังกล่าวตามเกณฑ์ข้างต้น<br />
<br />
    <span style="color: #0000CD;"><span style="font-weight: bold;">1.8 ค่าลดหย่อนบิดามารดา</span></span> กรณีผู้มีเงินได้และคู่สมรสที่มีเงินได้รวมคำนวณภาษี หรือคู่สมรสไม่มีเงินได้ <span style="color: #0000CD;"><span style="font-weight: bold;">อุปการะเลี้ยงดูบิดามารดาที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป</span></span> ซึ่งมีรายได้ไม่เพียงพอต่อการเลี้ยงชีพ ผู้มีเงินได้และ คู่สมรสมีสิทธิหักลดหย่อนค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดาได้คนละ 30,000 บาท ทั้งนี้ บิดาหรือมารดาของผู้มีเงินได้หรือคู่สมรส จะต้อง<span style="color: #0000CD;"><span style="font-weight: bold;">ออกหนังสือรับรองว่าบุตรคนใดคนหนึ่งเป็นผู้อุปการะเลี้ยงดูเพียงคนเดียว</span></span><br />
<br />
<br />
    <span style="color: #0000CD;"><span style="font-weight: bold;">1.9 ค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา สามีหรือภริยา บุตรชอบด้วยกฎหมายหรือบุตรบุญธรรม</span></span>ของผู้มีเงินได้ บิดามารดาหรือบุตรชอบด้วยกฎหมายของสามีหรือภริยาของผู้มีเงินได้หรือบุคคลอื่นที่ผู้มีเงินได้ เป็นผู้ดูแลตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ คนละ 60,000 บาท <span style="color: #0000CD;"><span style="font-weight: bold;">โดยบุคคลดังกล่าวต้องเป็นคนพิการซึ่งมีบัตรประจำตัวคนพิการตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริม และพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ หรือเป็นคนทุพพลภาพ มีรายได้ไม่เพียงพอแก่การยังชีพ และอยู่ในความอุปการะเลี้ยงดูของผู้มีเงินได้</span></span> ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข รวมทั้งจำนวนคนพิการ และทุกพลพลภาพในความอุปการะเลี้ยงดูของผู้มีเงินได้ที่อธิบดีประกาศกำหนด <br />
การหักลดหย่อนสำหรับบุตรบุญธรรม ให้หักได้ในฐานะบุตรบุญธรรมเพียงฐานะเดียว<br />
ทั้งนี้ให้หักลดหย่อนสำหรับเงินได้พึงประเมินประจำปี พ.ศ.2552 ที่จะต้องยื่นรายการในปี พ.ศ. 2553 เป็นต้นไป<br />
    <span style="color: #0000CD;"><span style="font-weight: bold;">1.10 เงินสนับสนุนเพื่อการศึกษา</span></span>  ได้แก่ เงินที่จ่ายเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อสนับสนุนการศึกษา <span style="color: #0000CD;"><span style="font-weight: bold;">มีสิทธิหักลดหย่อนได้ 2 เท่าของจำนวนเงินที่ได้จ่ายไปจริง แต่ไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินคงเหลือหลังจากหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนอื่น ๆ</span></span> แล้ว<br />
<br />
<br />
    <span style="color: #0000CD;"><span style="font-weight: bold;">1.11 เงินบริจาค</span></span>  เมื่อหักลดหย่อนต่าง ๆ หมดแล้ว เหลือเท่าใดให้หักลดหย่อนได้อีกสำหรับ <span style="color: #0000CD;"><span style="font-weight: bold;">เงินบริจาค</span></span> เงินบริจาคที่หักค่าลดหย่อนได้นั้นผู้มีเงินได้ต้องบริจาคเป็นเงินให้แก่การกุศลสาธารณะ โดยหักได้ เท่าจำนวนเงินที่จ่ายจริงแต่ต้องไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินได้หลังจากหักค่าใช้จ่ายและหักค่าลดหย่อนต่าง ๆ ข้างต้นแล้ว<br />
<span style="color: #0000CD;"><span style="font-weight: bold;">การบริจาค</span></span> ได้แก่<br />
(1) การบริจาคเงินให้แก่วัดวาอาราม สภากาชาดไทย สถานพยาบาล และสถานศึกษาของทางราชการ หรือองค์การของรัฐบาล สถานศึกษาเอกชน สถานสาธารณกุศล และกองทุนสวัสดิการภายในส่วนราชการ <span style="font-style: italic;">(ต้องเป็นองค์การสถานสาธารณกุศลตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา)</span> <br />
(2) การบริจาคเงินให้แก่คณะกรรมการอำนวยการจัดสร้างสวนสาธารณะเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เนื่องในวโรกาสพระชนมายุครบ 80 พรรษา<br />
(3) การบริจาคเงินให้แก่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีในโครงการปลูกป่าเทิดพระเกียรติเฉลิมฉลองพระชนมายุครบ 90 พรรษา<br />
(4) การบริจาคเงินให้แก่กองทัพอากาศในโครงการก่อสร้างพระมหาธาตุเจดีย์นภพลภูมิสิริฯ<br />
(5) การบริจาคเงินให้แก่กองทุนเพื่อโครงการอาหารกลางวันในโรงเรียนประถมศึกษา<br />
(6) การบริจาคเงินให้แก่กองทุนปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสทรงครองราชย์ปีที่ 50<br />
(7) การบริจาคเงินให้แก่โครงการอาคารเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสทรงครองสิริราชย์สมบัติครบ 50 ปี ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา<br />
(8) การบริจาคเงินให้แก่โครงการสืบสานพระราชปณิธาน “กาญจนาภิเษก”<br />
(9) การบริจาคเงินให้แก่โครงการร้อยใจช่วยเยาวชนไทยในภาวะวิกฤต<br />
(10) การบริจาคเงินให้แก่โครงการโพธิ์ทองของชาวไทย<br />
(11) การบริจาคเงินให้แก่โครงการปลูกป่าชายเลนถาวรเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถในวโรกาสทรงพระชนม์มายุ 72 พรรษา<br />
(12) การบริจาคเงินให้แก่ส่วนราชการที่จัดขึ้นตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี<br />
(13) การบริจาคเงินให้แก่กองทุนฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ กองทุนส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม กองทุนคุ้มครองเด็ก และกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ<br />
(14) การบริจาคเงินเพื่อการกีฬา ให้แก่การกีฬาแห่งประเทศไทยเพื่อส่งเสริมการกีฬา คณะกรรมการกีฬาจังหวัดที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยการกีฬาแห่งประเทศไทย เพื่อส่งเสริมกีฬาในจังหวัด สำนักงานพัฒนาการกีฬาและนันทนาการเพื่อการจัดการแข่งขันกีฬานักเรียน หรือสมาคมกีฬาสมัครเล่น<br />
(15) การบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย อัคคีภัย หรือภัยธรรมชาติอื่นที่เกิดขึ้นในประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2554 เป็นต้นไป โดยมีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นเป็นตัวแทนรับเงิน ทั้งนี้ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด <br />
<br />
<span style="color: #0000CD;"><span style="font-weight: bold;">2. การหักลดหย่อนในกรณีสามีภริยาต่างฝ่ายต่างมีเงินได้</span></span> ถ้าความเป็นสามีภริยาได้มีอยู่ตลอดปีภาษี การหักลดหย่อนผู้มีเงินได้และสามีหรือภริยาของผู้มีเงินได้ให้หักลดหย่อนรวมกันได้ 60,000 บาท แต่ถ้าความเป็นสามีหรือภริยามิได้มีอยู่ตลอดปีภาษี หรือภริยาแยกคำนวณเงินได้พึงประเมินประเภทที่ 1 ต่างหากจากสามี ให้ต่างฝ่ายต่างหักลดหย่อนได้ 30,000 บาท และสำหรับการหักลดหย่อนบุตรและค่าลดหย่อนดอกเบี้ยเงินกู้อื่น ๆ ให้ต่างฝ่ายต่างหักได้กึ่งหนึ่งตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในแต่ละกรณีเฉพาะในปีภาษีนั้น<br />
<br />
<span style="color: #0000CD;"><span style="font-weight: bold;">3. การหักลดหย่อนในกรณีผู้มีเงินได้มิได้เป็นผู้อยู่ในประเทศไทย</span></span> การหักลดหย่อนผู้มีเงินได้และสามีหรือภริยาของผู้มีเงินได้ บุตร และการศึกษาของบุตรของผู้มีเงินได้<br />
<br />
<span style="color: #0000CD;"><span style="font-weight: bold;">4. การหักลดหย่อนในกรณีผู้มีเงินได้ถึงแก่ความตายในระหว่างปีภาษี</span></span> ให้หักลดหย่อนได้เสมือนผู้ตายมีชีวิตอยู่ตลอดปีภาษีที่ผู้นั้นถึงแก่ความตาย<br />
<br />
<span style="color: #0000CD;"><span style="font-weight: bold;">5. การหักลดหย่อนในกรณีผู้มีเงินได้เป็นกองมรดกที่ยังไม่ได้แบ่ง</span></span> ให้หักลดหย่อนสำหรับผู้มีเงินได้30,000 บาท<br />
<br />
<span style="color: #0000CD;"><span style="font-weight: bold;">6. การหักลดหย่อนในกรณีผู้มีเงินได้เป็นห้างหุ้นส่วนสามัญ หรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล</span></span> ให้หัก ลดหย่อนสำหรับผู้มีเงินได้แก่ผู้เป็นหุ้นส่วนหรือบุคคลในคณะบุคคลแต่ละคนที่อยู่ในประเทศไทยคนละ 30,000 บาท แต่รวมกันต้องไม่เกิน 60,000 บาท<br />
<br />
<span style="font-size: x-small;">ที่มา: <a href="http://www.rd.go.th/publish/557.0.html" target="_blank">http://www.rd.go.th/publish/557.0.html</a></span>]]></content:encoded>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[มาสด้า บีที-50 โปร สเป็คและราคา]]></title>
			<link>http://www.mesutstudent.com/board/showthread.php?tid=1242</link>
			<pubDate>Fri, 03 Feb 2012 17:47:07 +0000</pubDate>
			<guid isPermaLink="false">http://www.mesutstudent.com/board/showthread.php?tid=1242</guid>
			<description><![CDATA[<span style="font-weight: bold;">“มาสด้า บีที-50 โปร” โดดเด่น-เล่นราคาต่ำสู้คู่แข่ง</span><br />
<br />
<!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><img src="images/attachtypes/jpg.gif" border="0" alt=".jpeg" />&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=887" target="_blank">mazda-bt-50-pro-01.JPEG</a> (ขนาด: 38.1 KB / ดาวน์โหลด: 195)
<!-- end: postbit_attachments_attachment --><br />
วันนี้ (24ม.ค.)บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัวปิกอัพ “บีที-50 โปร ใหม่” ชูรูปลักษณ์สปอร์ตโฉบเฉี่ยวสไตล์ ซูม-ซูม พร้อมเครื่องยนต์ทรงพลัง ตามคอนเซปต์"ขับเคลื่อนทุกสิ่ง...ให้เป็นจริงได้" ทั้งยังดึง“ผู้พันเบิร์ด”เป็นพรีเซ็นเตอร์หวังโหนกระแสฮีโร่แสนอบอุ่น ส่วนราคารุ่นเริ่มต้น ตัวถังฟรีสไตล์แค็บเครื่องยนต์ดีเซล2.2 เกียร์ธรรมดา 6 สปีดแค่ 589,000 บาท ตั้งเป้ายอดขาย22,000 คันต่อปี<br />
<br />
<!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><img src="images/attachtypes/jpg.gif" border="0" alt=".jpeg" />&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=888" target="_blank">mazda-bt-50-pro-02.JPEG</a> (ขนาด: 44.11 KB / ดาวน์โหลด: 234)
<!-- end: postbit_attachments_attachment --><br />
สำหรับมาสด้า บีที-50 โปร ใหม่ พยายามฉีกกฎปิกอัพแบบเดิมๆ ด้วยการผสมผสานแนวคิดการออกแบบที่เน้นความสวยงามควบคู่กับการใช้งานอเนกประสงค์ โดดเด่นด้วยกระจังหน้าทรงห้าเหลี่ยมที่เป็นเอกลักษณ์ ไฟหน้ารูปทรงบูมเมอแรง ซุ้มล้อขนาดขนาดใหญ่ที่ออกแบบให้เป็นชิ้นเดียวกันกับตัวรถ พร้อมล้ออัลลอยด์ขนาด 17 นิ้ว ขณะที่กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยวเพิ่มความหรูหรา ส่วนไฟท้ายออกแบบรูปทรงตามแนวนอนแยกเป็นสองส่วนตามแบบรถเก๋ง<br />
       <br />
       ภายในห้องโดยสารดีไซน์แบบรถยนต์นั่งสุดหรู หน้าจอแสดงฟังก์ชั่นอเนกประสงค์ MFD เชื่อมต่อโลกการสื่อสารด้วยสัญญาณ Bluetooth กับโทรศัพท์เคลื่อนที่ มาตรฐานเหนือชั้นด้วยระบบความปลอดภัยระดับเบรกABS ระบบกระจายแรงเบรก EBD ระบบกุญแจนิรภัยอิมโมบิไลเซอร์ สัญญาณกะระยะถอยหลัง และภาพแสดงพื้นที่จับวัตถุ<br />
<br />
<!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><img src="images/attachtypes/jpg.gif" border="0" alt=".jpeg" />&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=889" target="_blank">mazda-bt-50-pro-03.JPEG</a> (ขนาด: 68.33 KB / ดาวน์โหลด: 251)
<!-- end: postbit_attachments_attachment --><br />
       มาสด้า บีที-50 โปร ใหม่ มีหลากหลายรุ่นทั้ง ฟรีสไตล์แค็ป หรือบานแค็ปเปิดได้ และดับเบิ้ลแค็ป 4 ประตู มาใน 2 เครื่องยนต์ คือ ดีไอ-ธันเดอร์ โปร 3.2 ลิตร 200 แรงม้า แรงบิด 470 นิวตันเมตร และ ดีไอ-ธันเดอร์ โปร 2.2 ลิตร 150 แรงม้า แรงบิด 375 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 6 สปีด และอัตโนมัติ 6 สปีด มีทั้งแบบขับเคลื่อน 2 ล้อ และ 4 ล้อ<br />
<br />
โดยมาสด้าหวังว่า บีที-50 โปร ใหม่ จะมาเติมเต็มความต้องการของผู้ใช้ปิกอัพ และปิดช่องว่างระหว่างรถเก๋งกับรถปิกอัพ รวมทั้งระหว่างรถปิกอัพกับรถพีพีวีด้วย ซึ่งกลุ่มลูกค้าคือคนที่ใช้รถปิกอัพทั้งในด้านธุรกิจการงานและทำกิจกรรมร่วมกับครอบครัว เดินทางท่องเที่ยวไปยังสถานที่ต่างๆ เป็นกลุ่มคนที่เลือกใช้ชีวิตอย่างสนุกสนานในแบบฉบับของตัวเอง มีความกระฉับกระเฉงในการใช้ชีวิต<br />
       <br />
       นอกจากนี้มาสด้ายังใช้พรีเซ็นเตอร์ใหม่คือ “ผู้พันเบิร์ด” หรือ พันโทวันชนะ สวัสดี นายทหารหนุ่มมาดเข้ม เพื่อสื่อสารภาพลักษ์ของ บีที-50 โปรให้ชัดเจน กับตัวตนที่แท้จริงที่แสดงออกถึง พลัง ความอบอุ่น เป็นฮีโร่ของทุกคน<br />
       <br />
       เหนืออื่นใดมาสด้ายังเล่นกลยุทธ์ด้านราคา โดยพิจารณาให้ บีที-50 โปร ใหม่ ลงสู่ตลาดด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 5 แสนบาทกลางๆ ในขณะที่รุ่นท็อปซึ่งเป็นแบบสี่ประตู ขับเคลื่อน 4 ล้อ เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด เครื่องยนต์ 3.2 ลิตร มาพร้อมเบาะหนังและอุปกรณ์สิ่งอำนวยความสะดวกแบบครบครัน ราคายังไม่แตะ 1 ล้านบาท ขณะเดียวกันยังแถมฟรีประกันภัยชั้น 1 ทุกรุ่น และมีรถพร้อมส่งมอบทันทีอีกด้วย<br />
<br />
<span style="font-size: x-small;">ขอบคุณที่มา: <a href="http://www.manager.co.th/Motoring/ViewNews.aspx?NewsID=9550000010285" target="_blank">http://www.manager.co.th/Motoring/ViewNe...0000010285</a></span>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<span style="font-weight: bold;">“มาสด้า บีที-50 โปร” โดดเด่น-เล่นราคาต่ำสู้คู่แข่ง</span><br />
<br />
<!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><img src="images/attachtypes/jpg.gif" border="0" alt=".jpeg" />&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=887" target="_blank">mazda-bt-50-pro-01.JPEG</a> (ขนาด: 38.1 KB / ดาวน์โหลด: 195)
<!-- end: postbit_attachments_attachment --><br />
วันนี้ (24ม.ค.)บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัวปิกอัพ “บีที-50 โปร ใหม่” ชูรูปลักษณ์สปอร์ตโฉบเฉี่ยวสไตล์ ซูม-ซูม พร้อมเครื่องยนต์ทรงพลัง ตามคอนเซปต์"ขับเคลื่อนทุกสิ่ง...ให้เป็นจริงได้" ทั้งยังดึง“ผู้พันเบิร์ด”เป็นพรีเซ็นเตอร์หวังโหนกระแสฮีโร่แสนอบอุ่น ส่วนราคารุ่นเริ่มต้น ตัวถังฟรีสไตล์แค็บเครื่องยนต์ดีเซล2.2 เกียร์ธรรมดา 6 สปีดแค่ 589,000 บาท ตั้งเป้ายอดขาย22,000 คันต่อปี<br />
<br />
<!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><img src="images/attachtypes/jpg.gif" border="0" alt=".jpeg" />&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=888" target="_blank">mazda-bt-50-pro-02.JPEG</a> (ขนาด: 44.11 KB / ดาวน์โหลด: 234)
<!-- end: postbit_attachments_attachment --><br />
สำหรับมาสด้า บีที-50 โปร ใหม่ พยายามฉีกกฎปิกอัพแบบเดิมๆ ด้วยการผสมผสานแนวคิดการออกแบบที่เน้นความสวยงามควบคู่กับการใช้งานอเนกประสงค์ โดดเด่นด้วยกระจังหน้าทรงห้าเหลี่ยมที่เป็นเอกลักษณ์ ไฟหน้ารูปทรงบูมเมอแรง ซุ้มล้อขนาดขนาดใหญ่ที่ออกแบบให้เป็นชิ้นเดียวกันกับตัวรถ พร้อมล้ออัลลอยด์ขนาด 17 นิ้ว ขณะที่กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยวเพิ่มความหรูหรา ส่วนไฟท้ายออกแบบรูปทรงตามแนวนอนแยกเป็นสองส่วนตามแบบรถเก๋ง<br />
       <br />
       ภายในห้องโดยสารดีไซน์แบบรถยนต์นั่งสุดหรู หน้าจอแสดงฟังก์ชั่นอเนกประสงค์ MFD เชื่อมต่อโลกการสื่อสารด้วยสัญญาณ Bluetooth กับโทรศัพท์เคลื่อนที่ มาตรฐานเหนือชั้นด้วยระบบความปลอดภัยระดับเบรกABS ระบบกระจายแรงเบรก EBD ระบบกุญแจนิรภัยอิมโมบิไลเซอร์ สัญญาณกะระยะถอยหลัง และภาพแสดงพื้นที่จับวัตถุ<br />
<br />
<!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><img src="images/attachtypes/jpg.gif" border="0" alt=".jpeg" />&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=889" target="_blank">mazda-bt-50-pro-03.JPEG</a> (ขนาด: 68.33 KB / ดาวน์โหลด: 251)
<!-- end: postbit_attachments_attachment --><br />
       มาสด้า บีที-50 โปร ใหม่ มีหลากหลายรุ่นทั้ง ฟรีสไตล์แค็ป หรือบานแค็ปเปิดได้ และดับเบิ้ลแค็ป 4 ประตู มาใน 2 เครื่องยนต์ คือ ดีไอ-ธันเดอร์ โปร 3.2 ลิตร 200 แรงม้า แรงบิด 470 นิวตันเมตร และ ดีไอ-ธันเดอร์ โปร 2.2 ลิตร 150 แรงม้า แรงบิด 375 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 6 สปีด และอัตโนมัติ 6 สปีด มีทั้งแบบขับเคลื่อน 2 ล้อ และ 4 ล้อ<br />
<br />
โดยมาสด้าหวังว่า บีที-50 โปร ใหม่ จะมาเติมเต็มความต้องการของผู้ใช้ปิกอัพ และปิดช่องว่างระหว่างรถเก๋งกับรถปิกอัพ รวมทั้งระหว่างรถปิกอัพกับรถพีพีวีด้วย ซึ่งกลุ่มลูกค้าคือคนที่ใช้รถปิกอัพทั้งในด้านธุรกิจการงานและทำกิจกรรมร่วมกับครอบครัว เดินทางท่องเที่ยวไปยังสถานที่ต่างๆ เป็นกลุ่มคนที่เลือกใช้ชีวิตอย่างสนุกสนานในแบบฉบับของตัวเอง มีความกระฉับกระเฉงในการใช้ชีวิต<br />
       <br />
       นอกจากนี้มาสด้ายังใช้พรีเซ็นเตอร์ใหม่คือ “ผู้พันเบิร์ด” หรือ พันโทวันชนะ สวัสดี นายทหารหนุ่มมาดเข้ม เพื่อสื่อสารภาพลักษ์ของ บีที-50 โปรให้ชัดเจน กับตัวตนที่แท้จริงที่แสดงออกถึง พลัง ความอบอุ่น เป็นฮีโร่ของทุกคน<br />
       <br />
       เหนืออื่นใดมาสด้ายังเล่นกลยุทธ์ด้านราคา โดยพิจารณาให้ บีที-50 โปร ใหม่ ลงสู่ตลาดด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 5 แสนบาทกลางๆ ในขณะที่รุ่นท็อปซึ่งเป็นแบบสี่ประตู ขับเคลื่อน 4 ล้อ เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด เครื่องยนต์ 3.2 ลิตร มาพร้อมเบาะหนังและอุปกรณ์สิ่งอำนวยความสะดวกแบบครบครัน ราคายังไม่แตะ 1 ล้านบาท ขณะเดียวกันยังแถมฟรีประกันภัยชั้น 1 ทุกรุ่น และมีรถพร้อมส่งมอบทันทีอีกด้วย<br />
<br />
<span style="font-size: x-small;">ขอบคุณที่มา: <a href="http://www.manager.co.th/Motoring/ViewNews.aspx?NewsID=9550000010285" target="_blank">http://www.manager.co.th/Motoring/ViewNe...0000010285</a></span>]]></content:encoded>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[กปภ. รับสมัครบุคคลเข้ารับการคัดเลือกเพื่อจ้างเป็นลูกจ้างชั่วคราว (รายเดือน) ในโครงการ PWA Call Center ๑๖๖๒]]></title>
			<link>http://www.mesutstudent.com/board/showthread.php?tid=1241</link>
			<pubDate>Fri, 03 Feb 2012 12:21:19 +0000</pubDate>
			<guid isPermaLink="false">http://www.mesutstudent.com/board/showthread.php?tid=1241</guid>
			<description><![CDATA[<img src="http://www.pwa.co.th/themes/images/pwa-logo.jpg" border="0" alt="[Image: pwa-logo.jpg]" /><br />
กปภ. รับสมัครบุคคลเข้ารับการคัดเลือกเพื่อจ้างเป็นลูกจ้างชั่วคราว (รายเดือน) ในโครงการ PWA Call Center ๑๖๖๒<br />
<br />
ด้วยการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) มีความประสงค์จะรับสมัครบุคคล เข้ารับการคัดเลือกเพื่อจ้างเป็นลูกจ้างชั่วคราว (รายเดือน) ในโครงการ PWA Call Center ๑๖๖๒ โดยมีรายละเอียดดังนี้<br />
<br />
<a href="http://www.pwa.co.th/jobs/news/files/20120131CallCenter.pdf" target="_blank">คลิกเพื่อดูรายละเอียด</a><br />
<br />
ประกาศ ณ วันที่ 31 ม.ค. 2555]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<img src="http://www.pwa.co.th/themes/images/pwa-logo.jpg" border="0" alt="[Image: pwa-logo.jpg]" /><br />
กปภ. รับสมัครบุคคลเข้ารับการคัดเลือกเพื่อจ้างเป็นลูกจ้างชั่วคราว (รายเดือน) ในโครงการ PWA Call Center ๑๖๖๒<br />
<br />
ด้วยการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) มีความประสงค์จะรับสมัครบุคคล เข้ารับการคัดเลือกเพื่อจ้างเป็นลูกจ้างชั่วคราว (รายเดือน) ในโครงการ PWA Call Center ๑๖๖๒ โดยมีรายละเอียดดังนี้<br />
<br />
<a href="http://www.pwa.co.th/jobs/news/files/20120131CallCenter.pdf" target="_blank">คลิกเพื่อดูรายละเอียด</a><br />
<br />
ประกาศ ณ วันที่ 31 ม.ค. 2555]]></content:encoded>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[กิจกรรมตลาดนัดแรงงานบัณฑิต มทส. ประจำปีการศึกษา 2554]]></title>
			<link>http://www.mesutstudent.com/board/showthread.php?tid=1240</link>
			<pubDate>Sun, 29 Jan 2012 05:16:52 +0000</pubDate>
			<guid isPermaLink="false">http://www.mesutstudent.com/board/showthread.php?tid=1240</guid>
			<description><![CDATA[<img src="http://web.sut.ac.th/coop/jobfair/images/Logo2.jpg" border="0" alt="[Image: Logo2.jpg]" /><br />
<br />
<span style="font-weight: bold;"><span style="font-size: medium;">สำนักงานจัดหางานจังหวัดนครราชสีมา ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี</span></span><br />
ขอเชิญพบกับ<br />
กิจกรรมตลาดนัดแรงงานบัณฑิต มทส. ประจำปีการศึกษา 2554<br />
วันศุกร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ 2555 09.00 - 16.30 น.<br />
ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี<br />
 <br />
<span style="font-weight: bold;">พบกับ</span><br />
 <ul>
<li>ตำแหน่งงานว่างกว่า 4,000 อัตรา จากบริษัทชั้นนำกว่า 60 บริษัท</li>
<li>การทดสอบทักษะทางภาษาอังกฤษเพื่อการสมัครงาน</li>
<li>ทดสอบความถนัดทางอาชีพ</li>
<li>นิทรรศการเตรียมความพร้อมในการสมัครงานและการทำงาน</li>
<li>นิทรรศการโครงงานของนักศึกษาสหกิจศึกษาดีเด่น</li>
<li>นิทรรศการจากหน่วยงานราชการต่าง ๆ</li>
<li>การอบรมวิธืการสร้างร้านค้าออนไลน์แบบไม่ต้องลงทุนด้วย Blogger</li></ul>
 <br />
<span style="font-weight: bold;">ผู้ที่สนใจโปรดเตรียมเอกสารประกอบการสมัครงาน ดังนี้</span><ul>
<li>สำเนาบัตรประชาชน</li>
<li>สำเนาทะเบียนบ้าน</li>
<li>สำเนาวุฒิการศึกษา</li>
<li>รูปถ่าย 1-2 นิ้ว</li>
<li>หลักฐานการเกณฑ์ทหาร</li>
<li>ประวัติย่อ (ถ้ามี)</li></ul>
 <br />
หมายเหตุ : ผู้มาสมัครงานควรแต่งกายให้พร้อมรับการสัมภาษณ์ในวันงาน<br />
<br />
ข้อมูลเพิ่มเติม <a href="http://web.sut.ac.th/coop/jobfair/index.php" target="_blank">คลิกที่นี่</a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<img src="http://web.sut.ac.th/coop/jobfair/images/Logo2.jpg" border="0" alt="[Image: Logo2.jpg]" /><br />
<br />
<span style="font-weight: bold;"><span style="font-size: medium;">สำนักงานจัดหางานจังหวัดนครราชสีมา ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี</span></span><br />
ขอเชิญพบกับ<br />
กิจกรรมตลาดนัดแรงงานบัณฑิต มทส. ประจำปีการศึกษา 2554<br />
วันศุกร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ 2555 09.00 - 16.30 น.<br />
ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี<br />
 <br />
<span style="font-weight: bold;">พบกับ</span><br />
 <ul>
<li>ตำแหน่งงานว่างกว่า 4,000 อัตรา จากบริษัทชั้นนำกว่า 60 บริษัท</li>
<li>การทดสอบทักษะทางภาษาอังกฤษเพื่อการสมัครงาน</li>
<li>ทดสอบความถนัดทางอาชีพ</li>
<li>นิทรรศการเตรียมความพร้อมในการสมัครงานและการทำงาน</li>
<li>นิทรรศการโครงงานของนักศึกษาสหกิจศึกษาดีเด่น</li>
<li>นิทรรศการจากหน่วยงานราชการต่าง ๆ</li>
<li>การอบรมวิธืการสร้างร้านค้าออนไลน์แบบไม่ต้องลงทุนด้วย Blogger</li></ul>
 <br />
<span style="font-weight: bold;">ผู้ที่สนใจโปรดเตรียมเอกสารประกอบการสมัครงาน ดังนี้</span><ul>
<li>สำเนาบัตรประชาชน</li>
<li>สำเนาทะเบียนบ้าน</li>
<li>สำเนาวุฒิการศึกษา</li>
<li>รูปถ่าย 1-2 นิ้ว</li>
<li>หลักฐานการเกณฑ์ทหาร</li>
<li>ประวัติย่อ (ถ้ามี)</li></ul>
 <br />
หมายเหตุ : ผู้มาสมัครงานควรแต่งกายให้พร้อมรับการสัมภาษณ์ในวันงาน<br />
<br />
ข้อมูลเพิ่มเติม <a href="http://web.sut.ac.th/coop/jobfair/index.php" target="_blank">คลิกที่นี่</a>]]></content:encoded>
		</item>
	</channel>
</rss>
